วันจันทร์ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2561

ทนายจูน รับรางวัลผู้หญิงกล้าหาญนานาชาติ 2018 จากรัฐบาลสหรัฐฯ

ชมคลิป น.ส.ศิริกาญจน์ เจริญศิริ หรือ ทนายจูน จากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนได้รับรางวัล "ผู้หญิงกล้าหาญนานาชาติ"(International Women of Courage Award) ประจำปีนี้




2018 Annual International Women of Courage Awards Ceremony




U.S. Department of State
Published on Mar 23, 2018


Acting Under Secretary for Public Diplomacy and Public Affairs Heather Nauert hosts the 2018 Annual International Women of Courage Awards Ceremony, with special remarks by First Lady of the United States Melania Trump, at the State Department on March 23, 2018. A transcript is available at https://www.state.gov/r/pa/prs/ps/201....

FLOTUS remarks are transcribed at https://www.whitehouse.gov/briefings-....

The bios of the 2018 awardees (listed below) are available at https://www.state.gov/s/gwi/iwoc/2018...

Roya Sadat of Afghanistan
Aura Elena Farfan of Guatemala
Dr. Julissa Villanueva of Honduras
Aliyah Khalaf Saleh of Iraq
Sister Maria Elena Berini of Italy (nominated by the U.S. Embassy to the Holy See)
Aiman Umarova of Kazakhstan
Dr. Feride Rushiti of Kosovo
L’Malouma Said of Mauritania
Godelive Mukasarasi of Rwanda
Sirikan Charoensiri of Thailand

ทนายจูน รับรางวัลนาทีที่ 17.40

...


ทนายจูน รับรางวัลผู้หญิงกล้าหาญนานาชาติ 2018 จากรัฐบาลสหรัฐฯ




AFP
คำบรรยายภาพน.ส.ศิริกาญจน์ เป็นสตรีไทยคนที่ 2 ที่ได้รับรางวัลนี้


ที่มา บีบีซีไทย
24 มีนาคม 2018

น.ส.ศิริกาญจน์ เจริญศิริ หรือ ทนายจูน จากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนได้รับรางวัล "ผู้หญิงกล้าหาญนานาชาติ"(International Women of Courage Award) ประจำปีนี้ จากกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ นับเป็นสตรีไทยคนที่ 2 ที่ได้รับรางวัลนี้ หลังจาก น.ส.รจเรข วัฒนพานิชย์ เจ้าของร้านหนังสือ Book Re:public ผู้ร่วมก่อตั้งองค์กรการสร้างความตื่นรู้เพื่อส่งเสริมประชาธิปไตย เคยได้รับรางวัลเมื่่อปี 2016

งานมอบรางวัลครั้งนี้จัดขึ้นเมื่อวันที่ 23 มี.ค. ที่กรุงวอชิงตันดีซี โดย น.ส.ศิริกาญจน์ เป็นหนึ่งในสตรีผู้กล้าหาญสิบคนที่ได้รับมอบรางวัลในปีนี้จากนางเมลาเนีย ทรัมป์ สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งของสหรัฐฯ


2559: ปีแห่งการ "บีบคอ" นักสิทธิมนุษยชนไทย
เมื่อกระบวนการยุติธรรม "ละเมิด" สิทธิมนุษยชน
สิทธิมนุษยชนที่หายไปในปีที่ 3 ของคสช.


กระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุถึงประวัติของ น.ส.ศิริกาญจน์ ในเว็บไซต์ของกระทรวงว่า หลังจากมีการรัฐประหารเมื่อเดือน พ.ค. 2014 น.ส.ศิริกาญจน์ ได้ร่วมก่อตั้งศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน เพื่อให้ความช่วยเหลือทางด้านกฎหมายแก่ผู้ได้รับผลกระทบจากการรัฐประหารและคดีที่มีเหตุจูงใจทางการเมือง ซึ่งเป็นประเด็นอ่อนไหวที่ทำให้เจ้าหน้าที่และทนายความของศูนย์ฯ ตกเป็นเหยื่อการคุกคาม ข่มขู่ และถูกดำเนินคดีทางอาญา ซึ่งรวมถึงตัวของ น.ส.ศิริกาญจน์เองที่ปัจจุบันถูกดำเนินคดี 3 คดี ในจำนวนนั้นคือคดียุยงปลุกปั่นให้เกิดความวุ่นวายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 จากการทำหน้าที่ทนายความ นับเป็นทนายความคนแรกที่ถูกดำเนินคดีด้วยข้อหานี้ ภายใต้การปกครองของรัฐบาลทหาร อย่างไรก็ตาม น.ส.ศิริกาญจน์ ยังคงยืนหยัดทำงานนี้ต่อไป



AFP
คำบรรยายภาพสตรีผู้กล้าหาญคนอื่น ๆ ที่ได้รับรางวัลในปีนี้


กระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ เริ่มมอบรางวัลผู้หญิงกล้าหาญนานาชาติขึ้นครั้งแรกเมื่อปี 2007 แด่สตรีผู้มีความกล้าหาญ เป็นผู้นำในการสนับสนุนสันติภาพ ความยุติธรรม สิทธิมนุษยชน ความเท่าเทียมทางเพศ และการเสริมสร้างพลังของสตรี ปัจจุบันมีผู้หญิงกล้าหาญกว่า 120 คนจาก 65 ประเทศทั่วโลกได้รับรางวัลนี้

สำหรับผู้ได้รับรางวัลในปีนี้ นอกจาก น.ส.ศิริกาญจน์ ก็ยังมีสตรีผู้กล้าจากประเทศมอริเตเนีย รวันดา โคโซโว อิตาลี อิรัก อัฟกานิสถาน คาซัคสถาน กัวเตมาลา และฮอนดูรัส

วันเสาร์ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2561

ชวน หลีกภัย เคยใช้บริการ ‘เอสซีแอลกรุ๊ป’ ฉกข้อมูล มาปั่นหาเสียงเลือกตั้งไทย

วันอาทิตย์, มีนาคม 25, 2561

ชวน หลีกภัย เคยใช้บริการ ‘เอสซีแอลกรุ๊ป’ ฉกข้อมูล มาปั่นหาเสียงเลือกตั้งไทย

ชวน หลีกภัย เคยใช้บริการฉกข้อมูลส่วนตัวพลเมืองเน็ตของ เอสซีแอลกรุ๊ป บริษัทแม่ เคมบริดจ์ แอนาลิติก้า’ ที่อื้อฉาวจากการรับงานหาเสียงให้ทรั้มพ์ชนะเลือกตั้งปี ๒๕๕๙ มาปั่นหาเสียงเลือกตั้งไทย

เคมบริดจ์ แอนาลิติก้า (ซีเอ) เป็นบริษัทเก็บเกี่ยวข้อมูลบุคคล (จากฐานข้อมูลผู้ใช้เฟชบุ๊ค) เอาไปใช้หาเสียงทางอินเตอร์เน็ต ด้วยวิธีการเจาะเป้าหมายผู้ออกเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ ในปี ๒๕๕๙ จน ดอแนลด์ ทรั้มพ์ ได้ชัยชนะ โดยร่วมมือกับเว็บไซ้ท์ฝ่ายขวาจัด ไบร๊ท์บาร์ท’ ของ สตี๊ฟ แบนน่อน อดีตที่ปรึกษาพิเศษประธานาธิบดีทรั้มพ์

ซีเอ’ ตกเป็นข่าวอื้อฉาวช่วงเดือนที่ผ่านมาจากการเปิดโปงของอดีตผู้ร่วมก่อตั้ง คริสโตเฟอร์ ไวลี่ เป็นบริษัทเชื้อสายอังกฤษซึ่งจัดตั้งในสหรัฐด้วยทุนของสองพ่อลูกมหาเศรษฐีอเมริกัน รอเบิร์ต และรีเบกาห์ เมอร์เซอร์ ผู้สนับสนุนรายสำคัญระหว่างการหาเสียงของประธานาธิบดีทรั้มพ์ 
ความอื้อฉาวเนื่องจาก การใช้บริษัทต่างชาติช่วยหาเสียงเป็นความผิดกฎหมายในการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งของสหรัฐประการหนึ่ง กับบริษัทเคมบริดจ์ฯ เก็บเกี่ยวข้อมูลส่วนบุคคลจากเฟชบุ๊คโดยไม่ได้รับการยินยอมจากบรรดาเจ้าของบัญชีส่วนใหญ่ใน ๕๐ ล้านราย มีผู้แสดงการยินยอมเพียงจำนวนแสน

เหตุประเด็นที่สองนั่นเองทำให้เฟซบุ๊คถูกโจมตีอย่างหนักจนราคาหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ของเฟซบุ๊คตกฮวบฮาบเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว (มากที่สุดถึง ๑๐ เปอร์เซ็นต์) จนบัดนี้เฟซบุ๊คยังต้องเผชิญกับกระแสหนักหน่วงในรณรงค์ให้ลบบัญชีจากเฟซบุ๊ค #DeleteFacebook หลังจากที่ อีลอน มัสค์ ซีอีโอของสเปชเอ็กซ์ และเทสลา ลบบัญชีสองบริษัทของเขาจากเฟชบุ๊ค

เมื่อวันศุกร (๒๓ มีนา) เว็บไว้ท์กึ่งวิชาการ บล็อกนัน’ รายงานเรื่อง “พรรคประชาธิปัตย์เคยใช้บริการ SCL บริษัทที่เพิ่งถูกแบนจากเฟซบุ๊ก ให้ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลเลือกตั้ง” ระบุว่าอดีตนายกรัฐมนตรีของไทย นายชวน หลีกภัย เคยใช้บริการของ เอสซีแอลกรุ๊ป ในการหาเสียงเลือกตั้งของพรรคประชาธิปัตย์ ในปี ๒๕๓๙

ทั้งนี้เนื่องมาจากผู้ใช้บัญชีทวิตเตอร์ในนาม เจมส์ รีซิสส์’ หรือนายเจมส์ ต่อต้าน ที่อ้างตนว่าเป็น “เสรีนิยม/เดโมแครท/บุรุษผู้ท่องไปทั่ว เขียนข้อความตอกกลับเคมบริดจ์ฯ ซึ่งโพสต์ตอบโต้รายงานข่าวโทรทัศน์ช่อง ๔ อังกฤษว่าให้ภาพลักษณ์ของบริษัทไม่ตรงไปตรงมา

“เว็บไซ้ท์ของซีเอและเอสซีแอลกรุ๊ปได้ลบเนื้อหาผลงานบริษัทด้านการปั่นคะแนนเสียงเลือกตั้งออกไปแล้ว โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งในนานาประเทศ นี่ผมจัดเก็บภาพถ่ายหน้าเว็บของเอสซีแอลกรุ๊ป ในเดือนธันวาคมปี ๒๕๕๙ ไว้ได้ ดูเอาเองแล้วกันว่าพวกเขาพูดถึงตัวเองอย่างไร”


หนึ่งในภาพหน้าเว็บเกี่ยวกับการแทรกแซงเลือกตั้งด้วยข้อมูลปรุงแต่งจากสื่อสังคม นำคำชมเชยของนายชวน หลีกภัย ต่อบริการของเอสซีแอลมาโฆษณาไว้
 
“การชนะเลือกตั้งนั้นขึ้นอยู่กับการเลือกสนามรบด้วยความระมัดระวัง เอสซีแอลทำให้เห็นกระจ่างในการต่อสู้ที่สามารถเอาชนะได้กับที่ไม่อาจทำได้ และบรรดาความขัดแย้งที่จะต้องต่อสู้อย่างหนักหน่วงเพื่อจะเอาชนะให้ได้” -อดีตนายกรัฐมนตรี ชวน หลีกภัย

เอสซีแอลเสริมคำของนายชวนด้วยข้อความประชาสัมพันธ์ประสิทธิภาพของบริษัทตอนหนึ่งว่า “...เอสซีแอลแผนกเลือกตั้งสามารถที่จะวินิจฉัยความประพฤติของผู้ออกเสียงเลือกตั้งชาวไทยได้อย่างถูกต้อง ลงไปถึงในระดับเขตเลือกตั้ง อันเป็นผลให้ลูกค้าของเราประหยัดรายจ่ายในการรณรงค์หาเสียง ด้วยการใช้งบประมาณเจาะจงลงไปยังเป้าหมายได้แม่นยำ...”

การนี้เว็บ blognone.com สันนิษฐานว่า “SCL อาจเข้ามาทำแคมเปญการเลือกตั้งให้นายชวนและพรรคประชาธิปัตย์ในการเลือกตั้งปี 1996 (2539)” ก็ได้

วันพุธที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2561

ผบ.ทบ.สั่งระงับสร้างบ้านพักตุลาการรุกป่าดอยสุเทพ

ผบ.ทบ.สั่งระงับสร้างบ้านพักตุลาการรุกป่าดอยสุเทพ
ผู้บัญชาการทหารบก สั่งชะลอโครงการอาคารศาลอุทธรณ์ภาค และบ้านพักข้าราชการบ้านศาลยุติธรรม หลังถูกร้องเรียนจากชาวเชียงใหม่ว่า ไม่เหมาะสมและอาจทำลายพื้นที่อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย ตรวจสอบรายละเอียดอีกครั้ง
 G0DL5oPyrtt5HBAi4ALPm0JhPCk9r7NJjB2qket5...08Vg7R.png]
วันนี้ (20 มี.ค.2561) พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) กล่าวถึงกรณีที่ พล.ต.สาธิต ศรีสุวรรณ ผู้บัญชาการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (ผบ.กกล.รส.) จ.เชียงใหม่ นำกำลังเข้าตรวจสอบพื้นที่โครงการก่อสร้างอาคารที่ทำการศาลอุทธรณ์ภาค และบ้านพักข้าราชการศาลยุติธรรม บริเวณเชิงดอยสุเทพ จ.เชียงใหม่ และสั่งให้ระงับการก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างทั้งหมดเป็นการชั่วคราวว่าได้สั่งการระงับการก่อสร้างไว้ก่อนชั่วคราว แล้วมาคุยกัน
โครงการนี้ได้รับการอนุมัติมานานแล้ว แต่ตอนนี้ชาวเชียงใหม่เห็นว่าไม่เหมาะสม อาจเป็นการทำลายพื้นที่อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ เราจึงใช้อำนาจของกองทัพภาคที่ ในการชะลอโครงการไว้ก่อน หยุดก่อน เพื่อตรวจสอบรายละเอียดอีกครั้ง 
ผู้สื่อข่าวถามว่าประธานศาลอุทธรณ์ภาค ยืนยันว่าโครงการก่อสร้างอาคารของศาล มีการขอใช้พื้นที่ราชพัสดุ 157 ไร่ อย่างถูกต้อง ไม่ได้รุกล้ำเขตอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย แต่อย่างใด พล.อ.เฉลิมชัย กล่าวว่าตอนนี้ขอสั่งการให้หยุด ชะลอไว้ก่อน เพื่อมาคุยกัน แนวทางจะเป็นอย่างไรก็ว่ากันต่อไป
 TSNBg3wSBdng7ijM6G4Xv0be2DSTVTH6kqVIt0F1J7g.jpg]
ลำดับเหตุการณ์ก่อนคำสั่งระงับของผบ.ทบ.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ พล.ต.สาธิต ศรีสุวรรณ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 33 เชียงใหม่ ในฐานะผู้บัญชาการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยจังหวัดเชียงใหม่ เดินทางไปยังโครงการก่อสร้างบ้านพักและอาคารชุดพักอาศัยข้าราชการตุลาการ พร้อมสิ่งปลูกสร้าง บริเวณเชิงดอยสุเทพ ต.ดอนแก้ว อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่
ท่ามกลางกระแสข่าวว่าพล.ต.สาธิต จะใช้อำนาจของผู้บัญชาการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยจังหวัดเชียงใหม่ ระงับการก่อสร้างชั่วคราว เพื่อขอตรวจสอบเอกสารการยื่นอนุญาต ในระหว่างการเดินทางเข้าพื้นที่ทางเจ้าหน้าที่ศาล ร้องขอไม่ให้สื่อมวลชนบันทึกภาพ เนื่องจากอยู่ในเขตพื้นที่ของศาลซึ่งจะต้องได้รับอนุญาตจากประธานศาลอุทธรณ์ภาค 5
จากนั้นเจ้าหน้าที่ศาลเชิญพล.ต.สาธิต เข้าพบกับฝ่ายบริหารศาลอุทธรณ์ภาค ในห้องรับรองบริเวณก่อสร้างกว่า ชั่วโมง พล.ต.สาธิต ได้เดินทางออกจากพื้นที่ก่อสร้าง พร้อมปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน
เจ้าหน้าที่คนหนึ่งให้ข้อมูลกับสื่อมวลชนว่า การมาของทหาร เป็นเพียงการเข้ามาสอบถามถึงแผนพัฒนาพื้นที่ ให้เป็นกลับมาเป็นพื้นที่สีเขียว ซึ่งทางศาล มีแผนอยู่แล้ว และไม่มีการสั่งให้ระงับการก่อสร้างแต่อย่างใด
 TSNBg3wSBdng7ijM6G4Xv0be2DSTVTJrCTjs1lMnFqu.jpg]
ย้ำแบบแปลนเลือกตัดต้นไม้เว้นพื้นที่ 58 ไร่ 
ก่อนหน้านี้นายสวัสดิ์ สุรวัฒนานันท์ ประธานศาลอุทธรณ์ภาค เปิดเผยกับไทยพีบีเอส ว่าดินที่แปลงนี้ ได้รับอนุญาตให้ใช้ จากกระทรวงการคลัง ผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ตั้งแต่ปี 2549 ตามมาตรา ของ พระราชบัญญัติที่ราชพัสดุ ปี 2518
สภาพพื้นที่ที่ผ่านมา แม้จะเป็นป่า แต่ก็เป็นที่ราชพัสดุ ในความครอบครองใช้ประโยชน์ของกองทัพบก ก่อนจะมีประกาศพระราชบัญญัติ ป่าสงวนแห่งชาติ ปี 2507 ซึ่งก็ไม่ได้กระเทือนสิทธิของหน่วยทหารแต่อย่างใด
ขณะเดียวกัน การวางแบบแปลนได้ให้ผู้รับเหมา เลือกตัดต้นไม้ เท่าที่จำเป็น พร้อมกับเว้นพื้นที่ประมาณ 58 ไร่ที่ลึกเข้าไปให้คงสภาพพื้นที่เดิม พร้อมย้ำว่าเมื่อโครงการแล้วเสร็จ จะปรับภูมิทัศน์ เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวต่อไป
และภายในสัปดาห์นี้ เครือข่ายภาคประชาชน เตรียมยื่นหนังสือกับผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ดำรงธรรม เพื่อขอทราบรายละเอียดโครงการ และวันที่ 25 มี.ค.นี้ จะมีการจัดเวทีเสนา ขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ ณ ห้องประชุมสนามกีฬากลาง 700 ปี เชียงใหม่
โครงการก่อสร้างบ้านพักและอาคารชุดพักอาศัยข้าราชการตุลาการพร้อมสิ่งปลูกสร้าง คาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือนพ.ค.นี้ ซึ่งจะเป็นที่พักของข้าราชการตุลาการ กว่า 200 คน จาก หน่วยงานงบประมาณ 664 ล้านบาท

อ่านข่าวเพิ่มเติม

วันอังคารที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2561

รวมข่าว : กิจกรรมสำคัญที่เกี่ยวกับการทุจริตของรัฐบาล คสช.(รัฐบาล 0.4 หรือ 4.0)



เรียกว่า ตั้งแต่หัวขบวน ยันท้ายขบวนเลย 
(นายพล ยัน สิบตรี)

ผมต้องขยายเรื่องนี้แน่นอน....อิอิ

ผม(หมายถึงนานาสาระดอดโออาร์จี)ได้บอกเล่ากับท่านผู้อ่านไว้ว่า..ผมได้ไปจุดธูป 36 ดอกเพื่อสาปแช่งคนรุกล้ำที่ป่าไปแล้ว...
สัญญาว่าจะมาเขียนต่อเมื่อไปเจอกับสำนักของ ” ไอ้วอกวารินทร์ “ ป้ายหน้าสำนักอย่างที่เอามาให้ชมนั่นแหละ...
 6y6m4de.jpg]
 RtWCGrf.jpg]
พอเห็นก็มีคำถามว่า “ไอ้วอก “ นี่มันมันมาสร้างสำนักตรงนี้(ที่ของทหาร)ได้อย่างไร...
คำตอบก็คือมันเป็นที่ของทหาร ทหารจึงอุปถัมภ์  ทหารเป็นศิษย์ของไอ้วอกวารินทร์..
ที่จริงศาลอุทธรณ์ภาค 5 ที่อยู่ใกล้ๆกัน น่าจะไปสร้างบ้านพักติดกับที่ของไอ้วอกวารินทร์ก็น่าจะหมดเรื่อง มีที่ดินว่างเปล่าอีกเยอะแยะไปขอคืนจากหน่วยงานตรงที่ติดกันนั่นก็ได้ แต่นี่อยากอยู่บนที่สูงอย่างเทวดา ชาวบ้านเขาไม่ยอม จึงทักท้วงจึงเกืดเรื่อง..
แล้วมันมาเกี่ยวอะไรกับ Two in One(สองคือ 1 หรือ 1 คือสอง)...
เกี่ยวครับ...คือภาพที่เอามาให้ดู..ครึ่งภาพคือหน้า “ปายุด “ อีกครึ่งภาพเป็นหน้า “เมือกเทือก “
(หาอะไรปิดภาพดูทีละครึ่งซีกก็จะเห็นชัดเจน)
 TrSnndr.jpg]
แล้วเจ้า Two in One นี้แหละเป็นตัวแปรปัญหาให้บ้านเมืองมีสภาพอย่างทุกวันนี้..
จากคสช.และกปปส.  มาเป็นรธน.60เพราะมันมีอาจารย์ดีๆอย่างไอ้วอกวารินทร์และไอ้โล้นอิสระ...(Shit !..to both of them )
 1394498804-31762114-o.jpg]
 1389839955-521761-o.jpg]
ลำดับภาพ นึกภาพดีๆก็จะเห็นสาเหตุของทั้งหลายทั้งปวง...ว่าใครก่อ...?
อยากดูภาพและข่าวเพิ่มเติมเชิญตามลิ้งค์นี้

วันศุกร์ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2561

ปรมชัยมาแล้ว...ศรีวราห์ก็มาด้วย

ปรมชัยมาแล้ว...ศรีวราห์ก็มาด้วย 



เปรมชัยไหว้ แล้วความจริง ศรีวราห์รับไหว้นิดๆไป (ผงกหัว ขยับมือนิดๆ) แล้วดูเหมือนจะรู้สึกว่า "ไม่พอ" เลยรับไหว้อย่าง "โค้ง" ย่อเอวลงไปอย่างในภาพนิ่งทีเห็น คำถามคือ ตำรวจใหญ่นบนอบกับผู้ต้องหาคดีหนักๆขนาดนี้ เหมาะสมไหม? ผมยืนยันว่า ไม่Twitter Ad



แรกพบกัน เปรมชัยไหว้ แล้วความจริง ศรีวราห์รับไหว้นิดๆไป (ผงกหัว ขยับมือนิดๆ)
แล้วดูเหมือนจะรู้สึกว่า "ไม่พอ" เลยรับไหว้อย่าง "โค้ง" ย่อเอวลงไปอย่างในภาพนิ่งทีเห็น คำถามคือ ตำรวจใหญ่นบนอบกับผู้ต้องหาคดีหนักๆขนาดนี้ เหมาะสมไหม? ผมยืนยันว่า ไม่

วันพฤหัสบดีที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2561

กระบวนการยุติธรรมไทยภายใต้ระบอบรัฐประหาร คสช.

วันพฤหัสบดี, มีนาคม 01, 2561

กระบวนยุติธรรมไทยภายใต้ระบอบรัฐประหาร คสช.

กระบวนยุติธรรมไทยวันนี้ (จะสี่ปียุค คสช.) ถ้าไม่บิดเบี้ยวก็ล้าหลังเต็มทน ดูคดี เปรมชัย กรรณสูต เศรษฐีบริษัทก่อสร้างอิตาเลี่ยนไทย เข้าป่าล่าสัตว์สงวนในเขตหวงห้าม ยังไม่ทันได้พิจารณาคดี หลุดไปแล้ว ๒ กระทง

หลังจากรอง ผบ.ตร. คนดังของ คสช. แถลงว่าการสอบสวนคดีนายเปรมชัยคืบหน้าไปไกลทีเดียว ถึง ๘๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วได้ความว่าผู้ต้องหา ไม่ผิดในกรณี ทารุณกรรมสัตว์ เพราะไม่เข้าข่ายการกระทำความผิดตาม พรบ.ป้องกันทารุณกรรมสัตว์ พ.ศ.๒๕๕๗

เนื่องจาก “ในมาตรา ๓ ที่ระบุว่าสัตว์ที่เลี้ยงไว้เป็นสัตว์บ้าน สัตว์เลี้ยงไว้ใช้งาน ใช้เป็นอาหาร เพื่อการแสดง และให้รวมถึงสัตว์ที่อาศัยอยู่ตามธรรมชาติ ตามที่รัฐมนตรีประกาศ แต่ยังไม่ได้ประกาศถึงสัตว์ป่าคุ้มครอง

ซึ่งก็คือ กฎหมายค่อนข้างล้าหลัง ไล่ตามไม่ทันพัฒนาการสังคม แม้จะครอบคลุม สัตว์ป่า’ แต่มีข้อแม้ให้เป็นไปตามรายชื่อสัตว์ที่รัฐมนตรีประกาศ บังเอิญผ่านมาสามปีกว่ารัฐมนตรียังไม่มีเวลาประกาศ เจ้าสัวนักล่าเลยรอดตัวไป

นี่เป็นการบิดเบี้ยวกฎหมาย ในเมื่อเสือดำเป็นสัตว์ป่าสงวน แม้จะยังไม่ได้มีการประกาศชื่อใน พรบ.คุ้มครองสัตว์ป่า ก็น่าจะตีความได้ว่าเข้าข่ายอยู่แล้ว แต่นี่ตำรวจ คือเจ้าพนักงานสอบสวนรีบตีความยกประโยชน์แก่จำเลยเสียก่อนกระบวนพิจารณาความจะเริ่ม

เสร็จแล้วไหนๆ ก็ไหนๆ สอบมาได้ตั้งเกือบร้อยแล้วอย่าให้ต้องคว้าน้ำเหลว หันไปเล่นงานเจ้าหน้าที่ซึ่งทำการจับกุม และแจ้งความเรื่องนี้ดีกว่า พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล “ยังสั่งการให้พนักงานสอบสวน พิจารณาเจตนารมณ์ของผู้ที่แจ้งความในข้อหาทารุณกรรมสัตว์ว่ามีเจตนากลั่นแกล้ง หรือมีจุดประสงค์อื่นไหม”


ตานี้พวกเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าต้องพากันหนาวละสิ “คดีกำลังพลิก คล้ายกับว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะแจ้งข้อหาเจ้าหน้าที่ป่าไม้เรื่องของการละเว้นปฏิบัติหน้าที่นั้น” เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ที่เข้าเวรประจำคนหนึ่งให้ความเห็นกับผู้สื่อข่าวอมรินทร์ทีวี

“ตนขอยืนยันว่า ในวันเกิดเหตุทุกคนต่างปฏิบัติหน้าที่กันอย่างเต็มที่ ไม่ได้ปล่อยปละละเลย แต่ทำไมถึงกลับถูกตั้งข้อหาว่าละเลยการปฏิบัติหน้าที่”
 
มิหนำซ้ำเจ้าหน้าที่ตำรวจทองผาภูมิที่รับแจ้งความจากหัวหน้าด่านกักกันสัตว์กาญจนบุรี กลับถูกหัวหน้าคือ ผู้กำกับฯ สภ.ทองผาภูมิสั่งภาคทัณฑ์ ฐานที่รับแจ้งความ “ให้ดำเนินคดีกับนายเปรมชัย กรรณสูต กับพวก ในความผิดฐานกระทำการทารุณกรรมสัตว์โดยไม่มีเหตุอันสมควร” เสียอีก


สำหรับอีกกระทงที่หลุด เกี่ยวกับที่ปรากฏในคลิปเสียงต่อรองระหว่างคณะล่าสัตว์ของนายเปรมชัยกับเจ้าหน้าที่ ซึ่งเป็นการสนทนาหลังถูกจับกุมเมื่อวันที่ ๕ กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมานั้น

พ.ต.อ.วัชรินทร์ พูสิทธิ์ รองผู้บังคับการ ปปป. “ยืนยันว่าจากการตรวจสอบนั้นไม่ใช่เสียงของนายเปรมชัย แต่เป็นของคนขับรถนายเปรมชัย คือนายยงค์ โดดเครือ ซึ่งพูดคุยในเรื่องทั่วไป

“ทั้งนี้ในวันที่ ๘ มีนาคม ๒๕๖๑ จะมีการเชิญตัวนายวิเชียร ชินวงศ์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก กับพยานอีก ๕ คนมาให้ปากคำเพิ่มเติม ก่อนจะมีการประชุมสรุปว่าจะมีการแจ้งข้อกล่าวหาหรือไม่ในวันที่ ๑๒ มีนาคมนี้


รูปการณ์จากท่าทีของรอง ผบ.ตร.ในตอนนี้ น่าจะยึดมั่นถือมั่นตามกฎหมายที่ล้าหลัง ไม่แจ้งข้อกล่าวหาต่อผู้กระทำความผิด ทำนองเดียวกับที่มีการแจ้งข้อกล่าวหาด้วยกฎหมายล้าหลังมาแล้วเช่นกัน

มาตรฐานของผู้บังคับใช้กฎหมายไทยในประเด็นนี้จึงอยู่ที่ ฝ่ายผู้มีอำนาจต้องการจะ ละโทษ’ หรืออยาก กลั่นแกล้ง’ ใครนั่นต่างหาก ดังเช่นกรณีไผ่ ดาวดิน ที่ถูกศาลขอนแก่นปฏิเสธแล้วปฏิเสธเล่าไม่ยอมให้ประกันปล่อยตัวชั่วคราว ด้วยข้ออ้างหนึ่งว่าเขาโพสต์เฟชบุ๊คหยามเหยียดศาล

โดยที่กฎหมายว่าด้วยการละเมิดต่อศาลนี้เป็นกฎหมายล้าสมัย อยู่ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ปี ๒๔๗๗ ก่อนสงครามโลกครั้งที่สอง จึงยังมีบทลงโทษที่ไม่ได้คำนึงถึงสิทธิมนุษยชน แม้สิบปีต่อมามีการระบุไว้ในกฎหมายจัดตั้งศาลปกครอง ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงระวางโทษ จากจำคุกไม่เกิน ๖ เดือน ปรับ ๕๐๐ บาท ไปเป็นจำคุกไม่เกิน ๑ เดือน ปรับ ๕ หมื่นบาท


และใน พรป. ใหม่ยุค คสช.นี้ ที่ผ่านอนุมัติโดย สนช.แล้ว ยังไม่ได้ประกาศใช้ มีเพิ่มเติมให้นำ ป.วิอาญาเข้ามาประกอบเพื่อการบังคับให้เป็นไปตามคำพิพากษาก็ตาม โดยเนื้อแท้ของกฎหมายยังคงไม่ได้มาตรฐานสากล ๓ กรณี
 
ดังที่ ผศ.ดร.เอื้ออารีย์ อิ้งจะนิล อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวไว้ในการเสวนาเรื่องกฎหมายละเมิดอำนาจศาล ที่ศูนย์นิติศาสตร์ มธ. เมื่อ ๒๑ กุมภาพันธ์

1) เป็นการลงโทษบุคคลหลายครั้งจากการกระทำกรรมเดียว ทั้งถูกลงโทษฐานละเมิดอำนาจศาล และยังอาจถูกดำเนินคดีฐานดูหมิ่นศาลหรือฐานอื่นได้อีก
2) ขาดความชัดเจน เมื่อไปศาลแต่ละแห่งก็จะเห็นป้ายชั่วคราวแปะไว้ไม่เหมือนกัน
3) ไม่ได้พิจารณาคดีโดยตุลาการที่เป็นอิสระและเป็นกลาง แต่เป็นคู่กรณีที่มีส่วนได้เสียด้วย”