วันอาทิตย์ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

พรรคกระยาจกขอรับบริจาคเงินจากสมาชิกวันละบาท ปชช.97% เมินไม่ให้ สมาชิกกปปส.เหลือแค่ 3% เท่านั้นหรือ ?

พรรคกระยาจกขอรับบริจาคเงินจากสมาชิกวันละบาท ปชช.97% เมินไม่ให้ สมาชิกกปปส.เหลือแค่ 3% เท่านั้นหรือ ?





ปชช.97% เมินบริจาคเงินวันละบาทให้ ‘สุเทพ-พรรค รปช.’ รุมแซะเจ็บๆ คันๆ





14 กรกฎาคม 2561
มติชนออนไลน์

กรณี “มติชน” สอบถามกรณีที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เชิญชวนประชาชนเสียสละเงินคนละบาท/วัน เพื่อร่วมเป็นเจ้าของพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช. )ที่จัดตั้งขึ้นใหม่ ท่านมีความคิดเห็นอย่างไร และสนใจจะร่วมบริจาคหรือไม่?

ปรากฏว่าประชาชนที่ “ทวิตเตอร์มติชน” 97% ให้คำตอบว่า ไม่สนใจ ขณะที่ 3% ให้คำตอบว่าจะร่วมเสียสละบริจาคให้

ส่วนที่ “มติชนออนไลน์” นั้น ประชาชนทั้งหมด ตำหนิกับแนวความคิดของนายสุเทพ และเชื่อว่าไม่น่าจะมีใครหลงเชื่อบริจาคเงินให้ อาทิ สลึงนึงก็ไม่คิดจะให้ ไอ้…ไอ้…ไอ้ ไม่มีคำบรรยาย ฯลฯ






อ่านความเห็นเพิ่มเติมที่...

https://www.matichon.co.th/politics/news_1043534

เรื่องเลวร้ายที่เกิดกับนักท่องเที่ยวจีน และ ถ้าไอ้เณรมันสมัครใจเลี้ยงไก่ให้นาย "แล้วจะมาทำคลิปประจานว่าถูกกดขี่ทำไม"

วันอาทิตย์, กรกฎาคม 15, 2561

ถ้าไอ้เณรมันสมัครใจเลี้ยงไก่ให้นาย "แล้วจะมาทำคลิปประจานว่าถูกกดขี่ทำไม"

หมู่นี้ เฮียตือ พี่ใหญ่รัฐบาลทหารกลายเป็นตัวถ่วงให้แผนอยู่ยาวของ คสช. ไม่ราบรื่นนัก นับแต่นาฬิกา ๒๕ เรือน ยืมเพื่อน’ มาผูกข้อมือเป็นปีๆ ผิดกฎหมาย ปปช. ชัดๆ แต่สำนวนตรวจสอบไม่เสร็จเสียที เป็นต้นมา

หลังจากนั่งหลับในงานพิธีต่อหน้าธารกำนัล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ไม่วาย ‘shoots his foot’ ทำปืนลั่นใส่เท้าตัวเองด้วยคำพูดเหยียดนักท่องเที่ยวที่ตายว่า ทำตัวของตัวเอง มาวันนี้พิษเรือขนส่งนักท่องเที่ยวจีนอับปางในทะเลภูเก็ต สั่นสะเทือนในวงกว้างกว่าคาดคิด

เมื่อนายกสมาคมโรงแรมไทยภาคใต้แจ้งว่ามีการยกเลิกจองที่พักโรงแรมภูเก็ตกว่า ๗,๓๐๐ ห้อง ในช่วงกรกฎา-สิงหานี้ เป็นเพราะผลกระทบโดยตรงจากกรณีเรือสปีชโบ๊ตบรรทุกนักท่องเที่ยวจีนกว่าร้อยล่มนอกฝั่งภูเก็ต ทำให้มีผู้เสียชีวิต ๔๗ คน ตามที่เป็นข่าวใหญ่มาแล้ว

แม้นตัวนายกสมาคมฯ ยังมีความหวังว่าจะเป็นเพียงระยะสั้นๆ สัก ๓ เดือนเท่านั้น หลังจากเมื่ออาการตระหนกตื่นกลัวหมดไป “นักท่องเที่ยวจีน อาจกลับเข้ามาท่องเที่ยวปกติ” อีกได้
 
นายก้องศักดิ์ คู่พงสกร อ้างด้วยว่า ส่วนพวกที่เดินทางมาอยู่ในพื้นที่แล้ว ก็เพียงเปลี่ยนแผนเดินทาง ‘itinerary’ แต่ก็มีจำนวนมากเลิกเที่ยวทางทะเล หันไปจับทริปทางบกแทน


นั่นไม่ได้หมายความว่าผลกระทบจะไม่ยืดเยื้อเป็นแรมปีหรือยาวกว่านั้นไปด้วย ถ้า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ตัวหัวหน้าใหญ่ คสช. กลับมาเป็นนายกฯ อีก พร้อมกับการเป็นรัฐบาลของพรรคสม (คบ) คิด พลังประชารัฐ

เพราะความทรงจำจากการหยามหมิ่นย่อมลึกกว่าความปลาบปลื้มที่เกิดจากของขวัญปลอบใจ ดังรายงานของซีเอ็นเอ็น เรื่อง ‘Anger in China over Thailand's handling of deadly boat accident.’ ที่ประชาไทถอดความออกมาเป็นไทย

“สิ่งที่ทำให้จีนไม่พอใจอย่างหนักคือคำพูดของรองนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ที่พูดให้สัมภาษณ์ในเชิงกล่าวโทษว่าความผิดพลาดมาจากผู้จัดการทัวร์ชาวจีนเอง...

มีการพูดว่าอุบัติเหตุในครั้งนี้เป็นเรื่องที่ชาวจีนกระทำต่อชาวจีนด้วยกันเองและบอกว่าพวกเขาฝ่าฝืนคำเตือนไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง รวมถึงพูดในเชิงปัดความรับผิดชอบให้เป็นของกลุ่มนักท่องเที่ยวเอง”

สื่อไชนาเดลีของทางการจีนถึงกับวิพากษ์รองนายกฯ ไทยไม่ยั้ง ว่าทั้ง ยั่วโมโห’ และ ไร้ความรับผิดชอบ’ “รวมถึงระบุอีกว่าถึงแม้สิ่งที่ประวิตรพูดจะเป็นความจริง แต่รัฐบาลไทยเองก็ไม่สามารถสลัดความรับผิดชอบในการการันตีความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวออกไปได้”

ความไม่พอใจถึงขั้นทำให้ผู้ใช้โซเชียลมีเดียจีนที่มีชื่อเสียงบางคนโพสต์ในทำนองว่า “เดี๋ยวนี้จีนจะถูกข่มเหงรังแกกันง่ายๆ แบบนี้น่ะหรือ ชีวิตของชาวจีนจะปล่อยให้ถูกเหยียบย่ำอย่างไม่สนใจใยดีเช่นนี้น่ะหรือ”


ด้วยความเป็นพี่เอื้อย คสช. (อายุมากและอยู่นาน) ของเฮียตือ บวกกับการตรากตรำงานรัฐประหารร่วมกับน้องๆ มาตั้งแต่ครั้งแย่งอำนาจทักษิณเมื่อปี ๔๙ มาถึงแย่งอำนาจยิ่งลักษณ์ในปี ๕๗ ทำให้ระบอบ คสช.มองข้ามการพลาดพลั้งเผลอไผลไปได้

แค่ทั่นรองฯ เวลานั่งในพิธีรีตองของราชการ กระพริบตาปิดแล้วลืมกระพริบเปิดไปบ้างไรบ้างสองสามนาฑี การพูดกระทบอารมณ์ชาวจีนหยวนกันได้ ตบเงินค่าทำขวัญครอบครัวผู้ตายเสียหน่อย ๓ เดือนคงหายโกรธ

แต่ระบอบทหารเป็นใหญ่ในแผ่นดิน ทำให้เกิดความกร่าง อวดเก่ง ก้าวร้าว ลงลึกไปถึงระดับลูกน้องและลิ่วล้อด้วย โฆษก ทบ. ต้องคอยออกมาโต้แย้ง แก้ต่าง ควบคุมความเสียหายด้วยการโกหกบ้าง บิดเบือนพริ้วๆ บ้าง

เช่นที่ พลทหารรายหนึ่ง “สังกัดกองพันทหารราบที่ ๒ ศูนย์การทหารราบ (ค่ายธนะรัชต์) อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ทำวิดีโอคลิป โอดครวญว่าถูกส่งมาให้เลี้ยงไก่นับร้อย ถูกตบตีด่าสารพัด หากดูแลไก่ไม่ดี”
 
ที่ซึ่ง พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษก ทบ. แก้ตัวว่า “เป็นเพียงการไหว้วานกัน...นอกเหนือจากงานหน้าที่หลักที่จะต้องดูแลบ้านพักราชการแล้ว กรณีมีงานเพิ่มเติมอื่นๆ หรืออาจเป็นงานนอกหน้าที่หลักเสริมมา”  

และ “อาจต้องพิจารณาคำนึงถึงเรื่องของน้ำใจและความสมัครใจเป็นสำคัญ”


เห็นวิธีแถกสีข้างของระบอบ คสช.หรือยังล่ะ ถ้าไอ้เณรมันสมัครใจและเปี่ยมน้ำใจแล้ว จะมาทำคลิปประจานว่าถูกกดขี่ทำไม คิดสิคิด

พัสดุปริศนาถึงสถานทูตไทย พบนกกระเรียน 1 พันตัว พร้อมข้อความซึ้ง จากเด็กญี่ปุ่นถึงหมูป่า

พัสดุปริศนาถึงสถานทูตไทย พบนกกระเรียน 1 พันตัว พร้อมข้อความซึ้ง จากเด็กญี่ปุ่นถึงหมูป่า

วันศุกร์ ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2561, 18.16 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโตเกียว ได้ทำการเผยแพร่ข่าวว่า ในวันเดียวกันนี้สถานเอกอัครราชทูตฯ ได้รับพัสดุซึ่งส่งมาจากศูนย์คุ้มครอบเด็กและเยาวชนแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น ซึ่งเมื่อเปิดดูภายในกล่องพัสดุ ก็พบกับข้อความอวยพรและนกกระเรียนกระดาษ 1 พันตัว ที่น้องๆ จากศูนย์คุ้มครองเด็กและเยาวชนชาวญี่ปุ่น ต้องการจะนำส่งไปเป็นกำลังใจแก่ทีมนักฟุตบอลเยาวชน “หมูป่าอะคาเดมี่” ของไทยที่พลัดหลงในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงราย ซึ่ง สถานเอกอัครราชทูตฯ รู้สึกเป็นเกียรติและซาบซึ้งใจอย่างยิ่ง ที่ได้เป็นตัวแทนรับมอบของขวัญพิเศษนี้ โดยจะดำเนินการจัดส่งไปยังน้องๆ เยาวชนที่จังหวัดเชียงรายอย่างรวดเร็วที่สุด
นอกจากนั้น สถานเอกอัครราชทูตฯ ขอใช้โอกาสนี้ขอบคุณพี่น้องชาวญี่ปุ่นทุกคนที่รักและเป็นกำลังใจให้ประเทศไทยเสมอมา ทำให้เรายิ่งตระหนักว่า ความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนกับประชาชนของไทยและญี่ปุ่นมีความแน่นแฟ้น ใกล้ชิด และเป็นรากฐานสำคัญของความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างทั้งสองประเทศในทุกมิติ












วันจันทร์ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

ข้อมูลที่เป็นข่อเท็จจริงเพื่อใช้ยืนยันต่อพวกบิดเบือนเพื่อใส่ความ ความดีใส่ตัว ความชั่วใส่เพื่อน ของคนบ้างจำพวกที่เป็นลิ่วล้อเผด็จการ

วันอังคาร, กรกฎาคม 03, 2561


พบเด็กๆ นักเตะทีมหมูป่าปลอดภัยแล้ว ยังต้องลุ้นต่อไปอีก นายกฯ ลุงตูบจะวิดีโอเทเลคอนเฟเร้นซ์เข้าไปถึงเนินนมสาวไหมหนอ


 
เป็นวันที่ผู้ติดตามข่าวความพยายามค้นหาเด็กๆ ทีมฟุตบอล หมูป่าอคาเดมี่และโค้ชของพวกเขา ตลอดสิบวันที่ผ่านมามีความสุขกันที่สุดเมื่อได้รับข่าวดี ว่าทั้ง ๑๓ คนปลอดภัย

ดูรายงานข่าวเบื้องต้นของไทยอีนิวส์ พร้อมคลิปการสนทนา ปสาท’ (ด้วยความยินดีเป็นพิเศษ) ระหว่างสองนักดำน้ำชาวอังกฤษ อันเป็นชุดแรกที่ไปถึงกลุ่มเด็กๆ ติดถ้ำ ตรงบริเวณเนินนมสาว เหนือหาดพัทยาประมาณ ๓๐๐-๔๐๐ เมตร ได้ที่นี่

สองนักดำน้ำอาสาสมัคร พบเด็กๆ และโค้ช เมื่อราว ๒๑.๔๕ น. ของค่ำวันที่ ๒ กรกฎาคม (เวลาประเทศไทย) ทั้งคู่จากทีมกู้ภัยถ้ำแห่งแคว้นเวลส์ตอนใต้และกลาง จอห์น โวลันเธ็น เป็นวิศวกรอินเตอร์เน็ตจากบริสตอล และริชาร์ด วิลเลี่ยม สแตนตัน เป็นนักดับเพลิงจากโคเว็นทรี่

จากวิดีโดที่ทั้งสองนักดำน้ำถ่ายไว้เมื่อแรกเจอ แพร่หลายโดยกองทัพเรือ มีการสนทนาที่เด็กบางคนในทีมหมูป่าตอบและซักถามเป็นภาษาอังกฤษ ด้วยน้ำเสียงที่แสดงว่ายังเข้มแข็งกันอยู่ ดังที่นักดำน้ำกล่าวกับเด็กๆ ในตอนหนึ่ง
 
เช่น นักดำน้ำถามว่า “พวกคุณมีกันกี่คน” ก็มีคำตอบกลับมาว่า ‘Thirteen’เด็กถามบ้าง “(Are) we going today?” คราวนี้นักดำน้ำจำใจตอบ “ไม่ใช่วันนี้” แต่ “เรากำลังมากันอีก จะมากันเยอะ” เด็กถามต่อ “What is today?”นักดำน้ำบอก “วันนี้วันจันทร์

พวกคุณติดอยู่ในนี้มานาน ๑๐ วันแล้ว พวกคุณเข้มแข็งมาก เข้มแข็งจริงๆ” เด็กบางคนบ่น “We are hungry” นักดำน้ำจึงได้แต่ปลอบว่า “ผมรู้ ผมรู้...เนวี่ซีลจะมากันพรุ่งนี้ นำอาหารและหมอ ทุกอย่างมาด้วย”
 
จากการแถลงข่าวตอน ๗ โมงเช้าวันที่ ๓ ก.ค. โดยผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ว่าทุกคนที่ติดตามสถานการณ์ล้วนมีความสุข เมื่อทราบว่าพบตัวทั้ง ๑๓ คนปลอดภัย แต่ภารกิจยังไม่สิ้นสุด เพราะนั่นเป็นเพียงขั้นตอนแรก

“ขั้นต่อไปคือกู้ภัย และส่งกลับให้เขามีชีวิตเป็นปกติสุขอยู่กับครอบครัว สามารถกลับไปเรียนหนังสือกับเพื่อนได้” นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ชี้แจงขณะปรากฏว่าบริเวณถ้ำหลวงและเทือกเขาขุนน้ำนางนอนมีฝนเริ่มตกลงมาอีก และจะตกต่อเนื่องตลอดสัปดาห์

“อย่างไรก็ตาม ปฏิบัติการเปิดทางให้เด็กๆ และโค้ชทั้ง 13 คน ออกมาจากถ้ำให้ได้ต้องเดินหน้า โดยเฉพาะการสูบน้ำออกจากถ้ำยังคงทำต่อเนื่องทุกช่องทาง”


สรุปจากข้อมูลที่รวบรวมจากการโพสต์ทางทวิตเตอร์และเฟชบุ๊ค โดยผู้สื่อข่าวในพื้นที่ และหน่วยงานประชาสัมพันธ์ โดยเฉพาะเพจของเนวี่ซีลไทย ทราบว่า แรกทีเดียวมอบหมายให้สองนักดำน้ำชาวอังกฤษนำเด็กที่ไม่แข็งแรงมากนักหุ้มด้วยผ้าฟอยล์ มัดร่างบนเสลี่ยงพาลอยน้ำออกมาทีละคน

ไม่เช่นอาจให้ทั้งสองผู้เชี่ยวชาญดำน้ำสอนเด็กหัดดำน้ำกัน เนื่องจากปริมาณฝนที่เพิ่มจะทำให้ระดับน้ำติดเพดานเป็นไปได้ยากที่จะว่ายออกมา มีการสันนิษฐานด้วยว่าเด็กๆ อาจจะยังต้องติดอยู่ภายในถ้ำอีกหลายวันหรือกระทั่งเกินอาทิตย์

หากแต่จะมีนักดำน้ำอยุ่เป็นเพื่อนเด็กๆ ตลอดเวลา และมีการส่งเสบียงอาหารเข้าไปถึงเด็กๆ เหล่านั้น ทำให้อยู่ได้หลายอาทิตย์ การนี้ นสพ.มติชนสุดสัปดาห์รายงานว่ามื้อแรกนี้ได้นำอาหารชนิดเจลลี่พลังงานสูงเข้าไปให้ แล้วยังสมทบด้วย ข้าวเหนียวหมูทอด’ ห่อใส่ถุงกันน้ำเข้าไปด้วย


นอกจากจะมีหมอและพยาบาลดำน้ำเข้าไปปฐมพยาบาลเบื้องต้นให้เด็กที่ป่วย ซึ่งรายงานว่ามี ๓ คน  แต่ล้วนป่วยในระดับ สีเขียว คือไม่มีอะไรร้ายแรง (สีเหลืองระดับกลาง และสีแดงป่วยหนัก) แล้ว ภายนอกถ้ำมีการตั้งเต๊นโรงพยาบาลสนามอย่างดีรอท่า
 
เมื่อนำเด็กออกมาได้จะนำเข้าไปให้แพทย์ตรวจรักษาในโรงพยาบาลเคลื่อนที่เหล่านี้ก่อน จากนั้นจึงส่งต่อทางรถพยาบาลสู่สถานพยาบาลในเมือง หรือต่อไปยังโรงพยาบาลสี่แห่งถ้าจำเป็น หากมีเด็กป่วยหนักจะส่งขึ้นเฮลิค้อปเตอร์ตรงสู่โรงพยาบาลเลย

อย่างไรก็ดี วันนี้บรรยากาศเต็มไปด้วยความเริงร่าทั่วโลกออนไลน์ บางรายถึงกับออกอารมณ์ขันว่า อยากรู้เมื่อไหร่จะมีการนำเด็กๆ รอดตาย ไปเยี่ยมคำนับทั่นนายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช.ที่ทำเนียบรัฐบาล ก็มีคนตอบว่า “ให้ตู่บินไปหาจะง่ายกว่า”
 
ทว่าทุกคนในวงสนทนานี้ผิดคาดกันหมด ในเมื่อไม่ได้ไปเช็คข่าวกับ Deep Blue Sea @WassanaNanuam เสียก่อน นักข่าว ทหารชอบ ผู้นี้เพิ่งทวี้ตหมาดๆ ว่า “นายกฯ เตรียม Video Tele conference จากตึกไทยคู่ฟ้าไปถ้ำหลวง เชียงราย...เช้านี้ ก่อนประชุม คสช.-ครม...ด้วย รถโมบาย ของกระทรวงมหาดไทยที่จอดรอมาหลายวัน”

ว้าว แววออก ลิ่วล้อช่วยกันดันจะให้เป็นนายกฯ ๔.๐ ต้องเริ่มทันสมัยไฮเท็ค เสียท่า วาสนา นาน่วม ไม่ได้บอกไอ้วิดีโอเทเลคอนเฟเร้นซ์นี่แค่คุยกับหน้าถ้ำ หรือว่าเข้าไปคุยกับเด็กๆ ถึงเนินนมสาวนั่นเลยละ


(ย้ำ) คลิปนาฑีสองนักดำน้ำอังกฤษเป็นชุดแรกที่ได้พบกับ ๑๓ ชีวิตทีมหมูป่าซึ่งติดอยู่ในถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน





นักดำน้ำจากอังกฤษที่พบน้องๆทีมหมูป่าเป็นชุดแรกคือ 2 ท่านนี้ค่ะ Mr.John Volanthen (ซ้าย) และ Mr.Richard William Stanton (ขวา)

เผยสภาพ 13 หมูป่า โค้ชสั่งให้เด็กนอนนิ่งๆ วัน กินแต่น้ำหยดผนังถ้ำเท่านั้น

วันที่ กรกฎาคม 2561 - 23:49 น.

ผู้สื่อข่าวรายงาน ภายหลังเจ้าหน้าที่พบเด็กๆและโค้ช 13 ชีวิตภายในถ้ำหลวง วนอุทยานขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงราย หลังเข้าไปติดอยู่ตั้งแต่วันที่ 23 มิ.ย.ที่ผ่านมา รวมเวลา วัน โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่พยายามนำตัวทั้ง 13 ชีวิตออกมาให้ได้เร็วที่สุด ซึ่งคาดว่าอาจจะใช้เวลาประมาณ 4ชั่วโมง

นอกจากนั้นมีรายงานข่าวด้วยว่า เด็กทั้งหมดปลอดภัย แต่มี คนได้รับบาดเจ็บโดยหน่วยซีลได้เข้าไปดูแลแล้ว และมีรายงานด้วยว่าขณะที่เด็กติดอยู่ภายในถ้ำ นายเอกพล จันทะวงษ์ อายุ 25 ปีซึ่งเป็นโค้ช ได้ให้เด็กๆนอนนิ่งๆอยู่กับพื้น โดยไม่เด็กๆขยับตัวเพื่อเป็นการประหยัดพลังงานในร่างกาย และให้ดื่มน้ำที่หยดลงมาจากผนังถ้ำเท่านั้น

การดูดไม่น่าจะแก้ปัญหาการเมืองตามที่ตนต้องการได้ การดูดอาจจะใช้ได้ผลในการช่วยเหลือเด็กๆ 13 คนที่ติดถ้ำได้ ?

วันจันทร์, กรกฎาคม 02, 2561

ทีม 'สามมิตร' ดูดถูกที่ถึงเชียงใหม่ แต่อาจผิดทาง คสช. ทำท่าดีดหนีนายกฯ ที่เดี๋ยวนี้ใกล้เป็นผู้วิเศษ


ที่เชียงราย ทีมกู้ภัยพยายามดูดน้ำออกจากถ้ำหลวงมาตลอด ๘ วัน เริ่มได้ผล น้ำลดลงมากทำให้หน่วยซีลของไทยและนักดำน้ำอังกฤษสามารถเข้าไปเลยโถงที่ ๓ ห่างจากหาดพัทยาราว ๕๐๐ เมตร วันนี้

ภายนอกถ้ำมีการเตรียมความพร้อมถ้าหากพบเด็กและโค้ชทั้ง ๑๓ คน เพื่อรักษาพยาบาลและนำส่งโรงพยาบาลโดยทันท่วงที ตามทวี้ตของ เด็ดดอกไม้ฯ @IndependenceTh’

“กรมแพทย์ทหารบกตั้งเต๊นท์ปลอดเชื้อเรียบร้อยแล้ว ทั้งเครื่องไม้เครื่องมือ รวมทั้งตัวแพทย์ทหารและพยาบาลที่ชำนาญในเวชศาสตร์ฟื้นฟู พร้อมรับสถานการณ์ในห้วง ๒๔ ชม.นี้ เต็มที่”
 
ขณะที่จุดสนใจของผู้คนส่วนใหญ่ขณะนี้ จดจ่อรอ ข่าวดี ในการค้นหา ทีมหมูป่า’ ที่หายเข้าไปในถ้ำขุนน้ำนางนอน แม่สาย เป็นเวลากว่าอาทิตย์แล้ว พวกนักการเมืองทีมสนับสนุน บิ๊กตู่ เป็นนายกฯ อีกครั้งหลังเลือกตั้ง ยังคงปฏิบัติการ ดูด อดีต ส.ส. ไม่หยุดยั้ง

ล่าสุดดูดไปถึงเชียงใหม่แล้ว แต่ยังไม่เป็นข่าวดีเท่าไรนัก น่าจะเป็นเพราะดูดผิดทาง ถึงแม้ว่าจะถูกที่ก็เถอะ เมื่อปรากฏว่าคนที่ถูกดูดไม่รู้ตัว ออกมาพูดว่า “ไม่ทราบ เพราะยังไม่มีผู้ใหญ่ทาบทาม” ทั้งที่ตนเองก็ใจจดจ่ออยู่เหมือนกัน

นายสันติ ตันสุหัช อดีต ส.ส.เชียงใหม่ พรรคความหวังใหม่และไทยรักไทย เปิดใจกรณีที่ตกเป็นข่าวว่าถูกพลังดูด สามมิตร’ สมคิด-สมศักดิ์-สุริยะ ดูดไปเข้าพรรคพลังประชารัฐเรียบร้อย พร้อมอดีต ส.ส.เชียงใหม่อีกสองสามคน

“ทราบแต่ว่านายบัวสอน ประชามอญ อดีต ส.ส.เชียงรายพรรคไทยรักไทย นำรายชื่อนายโสภณ โกชุม อดีต ส.ส.เชียงใหม่พรรคไทยรักไทย นายศรีเรศ โกฏคำลือ อดีต ส.ส.เชียงใหม่พรรคเพื่อไทย และตนเอง” ไปเสนอให้ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส.เชียงใหม่ในสังกัดพรรคพลังประชารัฐ สมัยหน้า

แต่กระนั้นนายสันติไม่ได้ขัดข้องอะไรนัก หากจะมีการทาบทามจริง ในช่วงการประชุม ครม.สัญจรที่เชียงรายและพะเยาช่วงเดือนกรกฎาคมนี้ ก็มีแนวโน้มว่าจะยอมให้ดูด ขอพูดคุยรายละเอียดก่อน

การนี้ นสพ.มติชนระบุว่า อดีต ส.ส.ภาคเหนือถูกดูดที่เชียงใหม่นี้ เป็นนักการเมืองในสายของนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ หัวโจกพรรคพลังประชารัฐ และนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พาณิชย์ เลขาธิการพรรค ซึ่งกำลังจัดตัวผู้สมัครเชียงใหม่ให้ครบ ๙ เขต และขณะนี้ได้ ส.ส.เก่ามาเข้ารีตแล้ว ๔-๕ คน


จึงเป็นพัฒนาการดูดอีกอย่างที่คืบหน้าอย่างไม่ธรรมดา ฉะนี้เมื่อนักข่าวเจอ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองหัวหน้า คสช. ก็เลยยิงคำถามใส่ว่าทั่นคะ กลุ่มจัดตั้งพรรคพลังประชารัฐ ที่เรียกตัวเองว่า สามมิตร’ ได้แก่สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ สมศักดิ์ เทพสุทิน และสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ นี่ดูดเก่งดูดได้ไม่เกรงกลัวกฎหมายเลยนะ

“ไม่เป็นกลางอย่างไร...ทุกกลุ่มทุกพรรคการเมืองสามารถเคลื่อนไหวได้อยู่แล้วตามกรอบ ไปตีกอล์ฟกันผมก็ไม่เห็นว่าอะไร” และ “ไปดูดให้ใคร พรรคของใคร ใครเป็นคนตั้ง กฎหมายก็ยังไม่เสร็จ ส่วนที่กลุ่มสามมิตร สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีนั้น ก็เป็นเรื่องของเขา”
 
ไม่เท่านั้น ให้โฆษก คสช.ออกมาแถลงย้ำว่าไม่มีการลำเอียง “ข้อวิพากษ์วิจารณ์ของฝ่ายการเมือง ว่า คสช.ให้อิสระกลุ่มสามมิตร ในการเคลื่อนไหวทางการเมืองนั้น แล้วแต่มุมมองของแต่ละฝ่าย” พล.ต.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ ชี้แจง

“คสช.ไม่เลือกปฏิบัติ ไม่ได้กลั่นแกล้งใคร และไม่ได้ทำให้ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดไม่ได้รับความเป็นธรรม...คสช.ติดตามความเคลื่อนไหวของกลุ่มสามมิตร และไม่ได้ให้น้ำหนักไปในเรื่องของการเมืองเนื่องจากเราจะเน้นเรื่องการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยของประเทศและสนับสนุนการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาล”

เมื่อถูกถามอีกว่า ก็ที่คนในรัฐบาลใช้วิธีการดูด ส.ส.จากพรรคการเมืองเก่านั้น โฆษก คสช. ตอบว่า “เป็นเรื่องของฝ่ายรัฐบาล ไม่ได้เกี่ยวกับ คสช.เพราะเราดูแลรักษาความสงบเรียบร้อย” เท่านั้น


เอ๊ะ พูดแบบนี้ ตีตัวออกห่างหรืออย่างไร ยังไม่ทันถึงวันเลือกตั้ง ยังไม่ทันที่บิ๊กตู่จะลาออกจาก คสชง ไปเป็นนักการเมืองเต็มตัว และยังไม่มีการปลดล็อคพรรคการเมืองให้หาเสียงกันได้ ไหง คสช. จะตัดหางปล่อยวัดทั่นหัวหน้าละหรือ

แต่อ๊ะ คิดอีกทีหรือว่าทั่นนายกฯ คนตลกน่ารัก ขวัญใจแม่ยก ได้รับความนิยมสูงปรี๊ด ดังแล้วแยกวง ปล่อย คสช.ตามยถากรรมหรือไร

ก็รู้อยู่ละว่าเดี๋ยวนี้ทั่นใกล้จะเป็นผู้วิเศษ สาวกเชิดชูกันเอิกเกริก ขนาดมีตากล้องจับภาพโคล้สอัพตอนเหงื่อเยิ้ม ไม่ถึงกับหยดย้อยดั่งน้ำค้าง แต่ก็เป็นภาพสุดซึ้งตอนลงพื้นที่ #ถ้ำหลวง มีโคลนติดนิ้ว เห็นแล้ววาบหวิวเชียวละ


ขอขอบคุณข้อมูล


วันศุกร์ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2561

อ่านข่าวแล้ว ก็เศร้าใจและหวังว่า ชีวิตของน้องๆ ที่ติดอยู่ในถ้ำ จะได้รับการช่วยเหลือในเวลาอีกไม่นาน

วันเสาร์, มิถุนายน 30, 2561

อ่านข่าวแล้ว ก็เศร้าใจและหวังว่า ชีวิตของน้องๆ ที่ติดอยู่ในถ้ำ จะได้รับการช่วยเหลือในเวลาอีกไม่นาน



อ่านข่าวแล้ว ก็เศร้าใจและหวังว่า ชีวิตของน้องๆ ที่ติดอยู่ในถ้ำ จะได้รับการช่วยเหลือในเวลาอีกไม่นาน

และก็ต้องเตรียมใจด้วย การคาดหวังเป็นเรื่องที่ดี แต่มันทรมานมากๆ เพราะไม่รู้จริงๆ ว่า จะมีข่าวดีหรือข่าวร้ายในเวลาต่อมาอีกด้วย


เราก็คงจะต้องสร้างที่พึ่งทางใจ หรือ กำแพงทางจิตใจ (Defense Mechanism) ขึ่นมากันพอประมาณ

---------------

การค้นหาและช่วยชีวิต (Search and Rescue) เป็นเรื่องแรกที่สุดที่จะต้องทำเพื่อการหาตัวบุคคลให้พบ เรากำลังเห็นอยู่ในช่วงนี้

แต่ถ้ามีการประกาศว่าเป็น การกู้ซากหรือกู้สภาพ (Recovery) แล้ว ก็แสดงว่า ยอมรับผลของการสูญเสีย และกำลังกอบกู้ว่าจะได้วัตถุหลักฐานอะไรเพิ่มเติมอีก

เราต้องเข้าใจขั้นตอนของเรื่องนี้กันด้วยว่า อยู่ในช่วงไหน

-----------------

ตอนที่ยังไม่ป่วยแบบนี้ ดิฉันก็ทำงานอยู่ใน Fields หรือภาคสนามเป็นเวลานานพอสมควร และขออธิบายให้ทราบเป็นสังเขปดังนี้:

1. อุณหภูมิภายในถ้ำต่างๆ จะอยู่ระหว่าง 10-20 เซลเซียส ขึ้นว่าอยู่แถบไหนของโลก

2. ถ้าท่านไม่เคยเดินทางเข้าถ้ำ ท่านจะต้องมีไฟฉาย ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่สำคัญมากๆ เพราะแสงสว่างธรรมดาจะเข้าไม่ถึงแน่นอน

3. ความมืดสนิทของถ้ำ เป็นแบบมืดสนิทจริงๆ เราไม่สามารถเห็นมือหรือนิ้วมือของเราได้เลย ไม่ว่าจะมองไปทางไหน การปรับตัวของสายตาให้ชินกับความมืด ก็ช่วยอะไรไม่ได้

ถ้าไม่มีไฟฉาย เราจะไม่ทราบเลยว่า กำลังยืน หรือ เดิน หรือนั่งอยู่ที่ไหน (ถ้าคิดจะเดิน จะเดินไปแล้วศีรษะจะไปโขกกับหินต่างๆ ภายในถ้ำหรือเปล่า หรือ อาจจะสะดุดล้ม เจ็บตัวขึ้นมาอีก เพราะมองอะไรก็ไม่เห็น)

และสภาพแวดล้อมเป็นอย่างไร แม้แต่เพียงเซนติเมตรเดียว ก็มองไม่เห็น (เพียงแต่สัมผัสกับลมหายใจเท่านั้น ด้วยการเอานิ้วมือขึ้นมาอยู่ใกล้ๆ จมูก)

4. สัตว์อย่างค้างค่าวไม่ได้ใช้สายตาในการบินในถ้ำ แต่เป็นการใช้ระบบเหมือนกับเรดาห์ เวลาบินไปไหนมาไหน รวมทั้งมีประสาทหูที่ดีมาก

ส่วนมนุษย์เราไม่ได้เป็นแบบนั้น เพราะฉะนั้น การมองในที่มืดสนิทจริงๆ ก็ไม่ทราบว่า มีอะไรเกิดขึ้น ต้องพึ่งประสาทจมูก หู และการสัมผัสเท่านั้น

5. ดิฉันไม่แน่ใจว่า ถ้ำแห่งนี้ เป็นถ้ำปิดและมีห้องมากมายขนาดไหน เพราะถ้ามีการตะโกนเข้าไปในถ้ำ คนที่อยู่ในที่มืด อาจจะได้ยิน แต่ไม่ทราบว่า เสียงมาทางไหน เพราะเสียงสะท้อน (Echos) จะดังมากๆ

และ ไม่ทราบทิศทางที่ถูกต้องได้ ต้องใช้ระบบแสงช่วยกัน และตัวเด็กๆ อาจจะไม่รู้จักวิธีการหาทิศทางจากเสียงที่ได้ยินด้วยว่า มาจากทิศไหน เพราะ มันจะเหมือนกับว่า มาจากข้างบน (ถึงแม้ว่า เสียงจะมาจากด้านข้างก็ตาม)

6. การใช้อากาศหายใจ การอยู่ในถ้้ำนานๆ จะมีการใช้ อ๊อกซิเจนสูงมาก และไม่แน่ใจว่า อากาศในถ้ำเป็นแบบไหน มีปล่องให้อากาศลงไปมากน้อยขนาดไหน คาร์บอนไดออกไซด์จะสูงมากๆ ยิ่งมีคนมากกว่า 10 คนติดอยู่ในนั้น

อากาศบริสุทธิ์ไม่สามารถเข้าไปในถ้ำได้ เพราะถ้าเข้าไปได้ ก็ต้องมีปล่องลงไปแล้ว เพราะฉะนั้น อาจจะต้องมีการปั๊มอากาศเข้าไปในถ้ำให้มากที่สุดเช่นกัน

7. เท่าที่ทราบมา ภายในถ้ำ มีน้ำขังที่ลึกมากๆ ข้อสำคัญคือ ต่างก็หวังว่า น้องๆ เหล่านั้น จะขึ้นไปบน “หาดทราย” ในถ้ำกันได้ เพราะถ้าอยู่ในน้ำนานๆ และไม่สามารถเห็นอะไร้เลย เนื่องจากความมืดสนิทจริงๆ อาจจะมีปัญหาเกี่ยวกับ hypothermia หรือ ภาวะตัวเย็นเกินเกิดขึ้น เนื่องจากอุณหภูมิที่เย็นกว่าข้างนอกมาก และร่างกายไม่สามารถสร้างความอุ่นได้

หวังว่า ไม่ได้ "แช่น้ำ" กันอยู่ ก็แล้วกัน

----------

อย่างไรก็ตาม ถ้าเราดู”โอกาส” ที่เกิดขึ้นในเรื่องนี้ ดิฉันเห็นเป็นข้อๆ คือ:

1. เราเห็นความร่วมมือเพื่อการช่วยชีวิต จากความสัมพันธ์ที่มีกับประเทศต่างๆ ในแถบตะวันตก รวมทั้งของประเทศจีนอีกด้วย ยิ่งถ้าเพื่อนๆ ได้มีโอกาสอ่านข่าวภาษาอังกฤษกัน จะเห็นได้เลยว่า ทางนี้เขาให้ความสำคัญและคุณค่ากับชีวิตมนุษย์มากขนาดไหน

2. เราจะเห็นเครื่องไม้เครื่องมือการช่วยชีวิตแบบ First Class จากหลายๆ ประเทศ ที่ทางรัฐบาลไทยเอง ไม่ได่ทำงบประมาณจัดสรรมาช่วยเรื่องแบบนี้กัน (อาจจะคิดว่า ไม่จำเป็นกับชีวิตผู้คนเท่าไรนัก)

3. ดิฉันเห็นภาพอุปกรณ์และเครื่องมือต่างๆ จากทาง USA, อังกฤษ จีน พร้อมกับผู้เชี่ยวชาญการกู้ภัยจากหลายๆ ประเทศ ทำให้คิดว่า นี่คือการสาธิตเรื่องการช่วยชีวิตผู้คนเป็นอย่างดีที่สุด จากเครื่องอุปกรณ์ชั้นเลิศที่สุด (อาจจะเป็นชั้นเลิศของโลกก็ได้)

และเหมือนกับให้คนไทยได้เห็นการสาธิตใช้งานของอุปกรณ์เหล่านี้ “ฟรีๆ” ว่า มันมีความสามารถขนาดไหน ทำงานได้อย่างไร ทำงานได้จริงหรือเปล่า รวมทั้งทำภาพสามมิติ หรือแม้แต่การตรวจความร้อนของร่างกายบุคคลได้

นี่คือตัวอย่างที่ทำให้เราเห็นง่ายๆ ว่า เครื่องมือเหล่านี้ มัน “ทำงาน” และ "มีประสิทธิภาพ" ได้แน่นอน และดีกว่า GT200 เรือเหาะ หรืออาวุธยุทโธปกรณ์ที่สั่งซื้อกันมาทุกๆ ปี เป็นจำนวนหลายพันล้านบาทกัน

หากการช่วยชีวิตบุคคลที่ติดอยู่ภายในถ้ำประสบความสำเร็จ นี่ก็เหมือนกับ “การโฆษณา” ให้เห็นว่า มันมีประโยชน์สำหรับการใช้กับชีวิตผู้คนได้จริงๆ

---------------

สิ่งที่เราจะเริ่มเห็นต่อไปคือ:

1. หากการช่วยชีวิตประสบความสำเร็จ เราควรจะดูว่า ทางทีมงานต่างประเทศเขาจะกล่าวอะไรบ้าง

อย่าลืมว่า ทางต่างประเทศ โดยเฉพาะโลกตะวันตก เขาจะให้เครดิตเป็น “ทีม” และเขาจะไม่สร้าง “Heroes” กันขึ้นมาแบบประเภท “ฉายเดี่ยว” เพราความสำเร็จต่างๆ มันมาจาก Teamwork ไม่ใช่โดยคนๆ เดียว

รวมทั้งเรื่อง "การฉวยเครดิท" หรือ "เอาหน้า" กัน จะไม่เห็นทางต่างประเทศเขาทำกัน

2. หากการช่วยชีวิตประสบความล้มเหลว ก็จะมีการรับผิดชอบกันเป็น ทีมเช่นกัน เพราะพวกเขาหรือเธอ ทำงานอย่างสุดความสามารถจริงๆ และเราก็จะต้อง “ปรบมือ” ยอมรับให้กับ การเสียสละของทุกๆ ฝ่ายเช่นกัน

และจะไม่เห็นเรื่องการ “จับแพะ” หรือ “หาแพะ” มารับโทษ เพราะเรื่องนี้ เขาถือว่าเป็นการช่วยชีวิตคน (Search and Rescue) และมี Good Samaritan Law หรือ กฎหมายเรื่องการละเว้นการถูกฟ้อง หากมีการเสียชีวิตเกิดขึ้นจากการเข้าไปช่วยชีวิตอยู่แล้ว

ทางฝั้งตะวันตก เขาจะนำเอาเคสเหล่านี้ ไปพิจารณา เพื่อป้องกันความล้มเหลวให้เกิดขึ้นน้อยที่สุด หากพลาดอะไร พวกนี้จะ list เรื่องเป็นข้อๆ และนำไปปรับปรุงแก้ไขต่อไปในอนาคต ภาษาอังกฤษเรียกว่า Lesson(s) Learned.

3. ควรจะ "ลากตัว" คนที่ไม่เกี่ยวข้องกับการกู้ภัยออกไปจากพื้นที่โดยเร็วที่สุด รวมทั้งการวางแผนตั้ง War Room ควรจะมีการตัดสินใจจากคนที่อยู่ในพื้นที่ ไม่อย่างนั้น จะมีความสับสนกันว่า จะฟัง “คำสั่ง” ใคร?

ใน USA เอง เมื่อมีการประกาศพื้นที่ว่า เป็นสถานที่ประสบภัยหรือต้องให้เจ้าหน้าทีที่เกี่ยวข้องทำงานแล้ว คนที่เป็น Head ของ War Room จะเป็นคนที่มีอำนาจตัดสินใจมากที่สุด

ไม่ใช่ ใครก็ไม่รู้ ไม่ทราบว่า เอาอำนาจอะไรมา ถามนู่น ถามนี่ ได้รับการอนุญาตหรือยัง (ดิฉันไม่ทราบว่า ใครเป็น Head of the War Room) เพราะการทำอย่างนี้ หมายความว่า คนที่รับ "คำสั่ง" จะสับสนมากๆ ว่า จะต้องปฎิบัติตาม "คำสั่งของใคร" แน่? ใครเป็นผู้บัญชาการสูงสุดในการปฎิบัติงานในพื้นที่

ขนาดตัว President of the United States (POTUS) เอง ยังไม่สามารถเข้ามาก้าวก่ายหน้าที่อะไรได้ เพราะเขาจะให้เกี่ยรติคนทำงานในพื้นที่เท่านั้น แต่ตัว POTUS จะไปช่วยเหลือในเรื่อง การของบประมาณกลางอย่างรีบด่วน หรือ การขอเครื่องอุปโภคบริโภคต่างๆ จากสำนักงานของรัฐบาลกลาง เขาจะช่วย "วิ่ง" เรื่อง Logistics เหล่านี้ให้

-----------------------

ส่วนคนที่ชอบถามว่า ได้รับอนุญาตโน่นนี่หรือยัง ก็ควรจะเข้าไปทำความเข้าใจกับเรื่อง การประกาศพื้นที่การช่วยเหลือชีวิตผู้คนแบบนี้ด้วย เพราะมันเป็นเรื่องที่ต้อง Bypass เรื่องเหล่านี้ได้อยู่แล้ว กฎหมายที่เขาสร้างขึ้นมา เพราะเป็นการช่วยเหลือชีวิตคนให้มากที่สุด

รวมทั้งประกาศให้กองกำลัง National Guards เข้ามาป้องกันในพื้นที่ทันที ประชาชนธรรมดา แม้กระทั่งผู้ที่อยู่อาศัยในแถบนั้น จะต้องแสดงหลักฐานว่าเป็นเจ้าของบ้านจริงๆ ไม่อย่างนั้นก็ไม่ได้รับการอนุญาตเข้าไปได้

-------------------------

ส่วนเรื่องค่าใช้จ่ายเหล่านี้ ถ้าเป็นรัฐบาลของ USA เราจะใช้งบกลางหรืองบฉุกเฉิน เพื่อการช่วยเหลือเรื่องการช่วยชีวิตผู้คนกัน

แต่ของไทยในเวลานี้ คิดว่า น่าจะใช้งบกลางเช่นกัน (แต่ไม่แน่ใจว่า จะไปประกาศ ขอรับ "บริจาค" กันอีกหรือเปล่า เพราะนี่ ควรจะเป็นส่วนหนึ่งของสวัสดิการที่จัดให้กับประชาชนผู้เสียภาษีภายในประเทศ)

-------------------------

สุดท้าย ก่อนจะจบ ก็คือ ควรจะลากตัวคนที่ถามว่า ได้รับอนุญาตโน่นนี่หรือยัง ออกไปจากพื้นที่โดยเร็วที่สุด เพราะเป็น “ตัวถ่วง” ในการกู้ภัยและช่วยเหลือชีวิตผู้คนที่กำลังอยู่ในถ้ำตอนนี้...

หวังว่า เราคงจะได้รับข่าวที่ดีกันในอีกไม่นานก็แล้วกัน ขอคุณพระจงช่วยปกป้องชีวิตของน้องๆ ด้วยค่ะ

เครดิต : Doungchampa Spencer-Isenberg

วันพุธที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2561

‘หมูป่าอคาเดมี่’ Be strong, help is on the way. มี HOPE

วันพฤหัสบดี, มิถุนายน 28, 2561


‘หมูป่าอคาเดมี่’ Be strong, help is on the way. มี HOPE

เข้าวันที่ ๖ ความพยายามทุกภาคส่วนในการกู้ภัยนำทีมเยาวชนฟุตบอล หมูป่าอคาเดมี่ และผู้ฝึกรวม ๑๓ คน ออกจากถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน แม่สาย เชียงราย ตอนสายวันที่ ๒๘ มิถุนายน ยังไม่สัมฤทธิ์ผล

แม้นว่าการลงพื้นที่เกิดเหตุคราคร่ำไปด้วยผู้คน ทั้งหน่วยพิเศษทัพเรือ (เนวี่ซีล) กองทหารทัพบก ผู้เชี่ยวชาญการดำน้ำจากอังกฤษ ที่เคยสำรวจถ้ำหลวง หน่วยทหารกู้ภัยสหรัฐ แถมด้วย ผู้ว่าฯ เชียงราย ผบ.ตร. รมว.มหาดไทย และคำพร่ำภาวนาจากนายกรัฐมนตรีคณะรัฐประหาร และสื่อมวลชนมากหน้า (ยกเว้น สกายไทย ที่นั่งเก็บข่าวจากหน้าจอคอมพิวเตอร์มาเขียน)

ราว ๗ โมงเช้า @ThaiPBS แจ้งว่า “เช้านี้ฝนยังตกต่อเนื่อง ทำให้ระดับในถ้ำเพิ่มสูงขึ้น จนท.จึงหยุดการสูบน้ำชั่วคราวเนื่องจากระดับน้ำสูงบริเวณจุดตั้งเครื่องสูบ”

อีกทั้ง “มีฝนตกอย่างต่อเนื่องสังเกตจากการมีน้ำไหลลงมาจากภูเขา ระดับน้ำในถ้ำเพิ่มสูงขึ้นจนถึงจุดที่ จนท.กำลังปฏิบัติการ อาจมีการปรับแผนใหม่”

ทางด้านเดลินิวส์ รายงาน “เฟซบุ๊กของสมาชิกใช้ชื่อ คาเธ่ย์ หมี ได้โพสต์ข้อความพร้อมรูปภาพ ระบุว่า 07.00 น. หน่วยซีล & จนท.ทุกหน่วย ถอนกำลังออกจากถ้ำขึ้นที่สูงแล้ว หลังฝนตกหนักตลอดทั้งคืน

จนท.หยุดเดินเครื่องสูบน้ำทั้งระบบ และล่าสุดน้ำท่วมทุกห้องโถงของถ้ำ จนไม่สามารถปฎิบัติการค้นหาได้ รอประชุมปรับแผนการค้นหาใหม่ โมงวันนี้



แผนการค้นหาใหม่ที่ว่า อาจเป็นอีกความพยายามเข้าไปในถ้ำให้ถึงบริเวณที่เรียกว่า หาดพัทยา อันเป็นเนินดินเหนือแหล่งน้ำขนาดใหญ่เลยลานกลางเข้าไป ที่มีปริมาณน้ำไหลเพิ่มตลอดสองวันที่ผ่านมาเนื่องจากบนเขามีฝนตกชุก

ทั้งที่ตอนสี่ทุ่มครึ่งเมื่อคืน (๒๗ มิ.ย.) ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ซึ่งเป็นผู้บัญชาการกู้ภัยแจ้งว่าการสูบน้ำด้วยเครื่องชนิดงวงหนวดปลาหมึกทำได้เต็มพิกัด ขณะที่สำรวจพบปล่องจากยอดเขาเพื่อหาทางลงไปในถ้ำได้แล้ว ๔ ปล่อง

หากแต่ ๓ ปล่องแรก “ยังไม่สามาถเจาะลงไปถึงพื้นถ้ำได้เพราะหลังจากสำรวจแล้วมีหินจำนวนมาก แต่ล่าสุดได้สำรวจแล้วพบปล่องที่สี่อีก ดังนั้นจะมีการเข้าไปตรวจสอบอย่างละเอียดในช่วงเช้าวันที่ ๒๘ มิ.ย.”


ทั่วทั้งประเทศจดจ่อกับสถานการณ์กู้ภัยครั้งนี้ ล้วนตั้งความหวังให้หน่วยซีลประสพความสำเร็จ และนักเตะรุ่นเยาว์ทั้งทีมรอดชีวิตปลอดภัยออกมาได้ ทว่า ๕ วันที่ผ่านมาบริเวณหน้าถ้ำ เช่นเดียวกับบนหน้าสื่อโซเชียล ออกจะชุลมุนกันน่าดู

ระหว่างลุ้น ข่าวดี’ ประชากรเน็ตใช้เวลาที่รอ อัด สื่อกันมันมือ แถม สกายไทย สื่อจับเสือมือเปล่าหน้าแป้นอย่างเรา ฉวยโอกาสประกาศตัวด้วยการร่วมอัดนักข่าวสาวที่ขึ้นไปเกาะติดสถานการณ์ถึงในถ้ำ
 
ฐปณีย์ เอียดศรีไชย แห่งช่อง ๓ โดนหนัก ถูกจี้ตัวว่าทำให้ “กสทช. ห้ามสื่อทุกสำนักไล้ฟ์สดที่ถ้ำหลวง” เพื่อจะได้ไม่กีดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่ โดยเจ้าตัวเพิ่งโพสต์ชี้แจง


ขอยืนยันนะคะแยม ฐปณีย์ เอียดศรีไชย ไม่ใช่นักข่าวทีวี ที่ท่านผู้ว่าราชการจ.เชียงรายระบุว่าเข้าไปทำข่าวภายในถ้ำ ขอความเป็นธรรมด้วยค่ะ แยมไปแค่ภารกิจค้นหาปล่องถ้ำบนเขา กับตชด.และจนท.กรมอุทยานที่ได้รับอนุญาตให้ตามไปมี Tpbs, Springnews, NBT ไปด้วยกันไม่ได้เข้าถ้ำนะคะ”

หนักกว่านั้นมีบางสื่อ เล่น ข่าวกันอย่างเมามัน ทั้งข่าวเท็จ เช่น ซีลพบพวกเด็กๆ ในถ้ำแล้ว นั่งกินอาหารกันอยู่ฟื้นพลังตอนขาออก ประมาณนั้น
 
ยังมีประเภทรายงานผลการเข้าทรงองคเจ้า เอามาโพสต์ก็หลายราย จนสภาการหนังสือพิมพ์ฯ ต้องออกแถลงการณ์บ้าง “ขอความร่วมมือเพื่อนสื่อมวลชนปฏิบัติงานอย่างเป็นระเบียบ” แล้วก็ขอให้ “ตรวจสอบข้อมูลอย่างถูกต้อง อย่าสร้างกระแสจนเกิดความสับสน”

ดูจากคอมเม้นต์ต่างๆ ออนไลน์ เห็นว่ารายงานข่าวสถานการณ์ถ้ำหลวงของ สำนักข่าวไทย (MCOT) ทำได้สมดุลและตรงตามความจริง ไม่เว่อ ไม่มั่ว ที่สุด ขอบันทึกไว้ตรงนี้

ว่าไปก็น่าเห็นใจฐปณีย์อยู่เหมือนกัน เธออ้างว่าที่เข้าไปรายงาน สุกบ้างสดบ้าง ในถ้ำนั่นก็ตอนเจ้าหน้าที่อนุญาตให้ตามเข้าไปได้ เธอเคยโดดเด่นตอนรายงานกรณีโรฮิงญาถึงบนเรือผู้ลี้ภัยมุสลิมจากพม่า ก็เลยมีพวกเหยียดผิว เหยียดเชื้อชาติ อย่างผู้ใช้นาม ผัว exo @exohubby’ ขากใส่ว่า “เขาให้อาหารโรฮิงยาที่บ้านหรือยังก่อนมา”

พอดีมีคนตั้งกังขาสื่อเสี้ยมแบบสกายไทย ว่า นี่เห็นมาพักใหญ่ล่ะ ไม่รู้ว่าของใคร ระบุว่าเป็นบริษัทสื่อสารแถวปทุมวัน แต่ตามดูเห็นเล่นข่าวกระแสสังคมทุกอย่างเพื่อให้ได้ไลค์

จุดยืนคือเชียร์ทหาร (อวยอย่างกับเป็นฮีโร่ในหนัง) ด่านักการเมือง ปกป้องรัฐบาล โหนข่าวกระแสทุกอย่าง ด่าเอ็นจีโอ ดูวิธีเขียนโปรยสเตตัสแล้วน่าจะไม่ใช่สื่ออาชีพ

มาเกิดจริงๆ ก็ตอนเรื่องโทษประหารนี่แหละ ทำป้ายด่าเอ็นจีโอได้ใจคนหนุนประหาร และมาดังพลุแตกก็เรื่องเด็กติดถ้ำ เพราะความคืบหน้าถี่ยิบที่สุด และด่าร่างทรง ลามมาด่านักข่าวที่ลงพื้นที่ คนก็เฮอีก” (จากโพสต์ของ Nattharavut Muangsuk)

นี่ละ ดร่าม่าไตแลนเดีย ดูท่าประชากรฝ่ายสลิ่มจะเอาอย่างทั่นภู่ณรรมกันแล้ว คงซึมซับตลอดสี่ปีที่ผ่านมา ล่าสุดทั่นเพิ่งได้จังหวะพาดพิงปัญหาบีทีเอส ห่วย’ ว่า “เห็นปชช.เดือดร้อน ก็ทุกข์ใจ จนกินไม่ได้ นอนไม่หลับ” น่ะ

ขอขอบคุณข้อมูล : 

(https://www.khaosod.co.th/politics/news_1268561)