วันพุธที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2561

‘สามัญชน’ อีกพรรคประกาศยกเลิกคำสั่ง คสช. ไม่เอานายกฯ คนนอก และที่ปลอมตัวเป็น 'คนใน'

วันพุธ, กันยายน 26, 2561

‘สามัญชน’ อีกพรรคประกาศยกเลิกคำสั่ง คสช. ไม่เอานายกฯ คนนอก และที่ปลอมตัวเป็น 'คนใน'

สามัญชน เป็นอีกพรรคการเมืองที่กำลังจัดตั้งใหม่ ซึ่งประกาศแนวนโยบายแจ้งชัดว่าจะดำเนินการยกเลิกประกาศและคำสั่งต่างๆ ของ คสช. ที่ใช้กำกับควบคุมและตีกรอบการดำเนินชีวิตของประชาชนตลอดกว่าสี่ปีที่ผ่านมา อย่างผิดผีผิดไข้ต่อครรลองการบังคับใช้กฎหมายโดยนิติธรรม แห่งหลักการประชาธิปไตยอันเป็นสากล
จากคำให้สัมภาษณ์รายการ ไทยว้อยซ์ไล้ฟ์ ของ จอม เพชรประดับ โดยว่าที่โฆษกพรรคสามัญชน ปกรณ์ อารีกุล ถึงแนวทางการ ปลดอาวุธ คสช. ด้วยมือเปล่า ขยายความจากว่าที่หัวหน้าพรรค เลิศศักดิ์ คำคงศักดิ์ กล่าวไว้หลังการประชุมใหญ่เลือกคณะกรรมการบริหารพรรค ที่บ้านโนนสว่าง อำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย
เขาบอกว่าจะเสนอเป็นร่าง พรบ. เพื่อยกเลิกคำสั่งและประกาศ คสช. ที่มีผลต่ออำนาจการตัดสินใจของพี่น้องประชาชน ทั้งนี้เป็นแนวทางเดียวกับที่กำลังมีการณรงค์เข้าชื่อกันให้ครบ ๑ หมื่น ซึ่งสำนัก ไอลอว์ริเริ่มไว้
ก่อนหน้านี้พรรคประชาชาติ พรรคใหม่อีกพรรคหนึ่งซึ่งจัดตั้งโดยนายวันมูหะมัดนอร์ มะทาและพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ก็ได้แถลงแนวนโยบายผลักดันให้มีการยกเลิกและปรับปรุงกฎหมายที่ “เป็นอุปสรรคต่อการดํารงชีวิตและการประกอบอาชีพของประชาชน”
รวมทั้งกฎหมาย “ที่บัญญัติขึ้นในขณะที่ประเทศไม่ได้ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย” โดยออกมาในรูปคำสั่งและประกาศของคณะผู้ยึดอำนาจการปกครอง ทั้งนี้ เลขาธิการพรรคแสดงความชื่นชมในแนวทางการรณรงค์ในเรื่องนี้ของ ILaw’ เอาไว้ด้วย
การรณรงค์ดังกล่าวของไอลอว์เริ่มมาตั้งแต่เมื่อกลางเดือนมกราคม จนบัดนี้เป็นเวลา ๘ เดือนกว่า มีผู้เข้าชื่อราว ๔ พันคน ขณะที่เป้าหมายอยู่ที่ ๑ หมื่นรายชื่อตามรัฐธรรมนูญมาตรา ๑๓๓ เตรียมไว้นำเสนอต่อรัฐบาลใหม่ที่จะมีหลังการเลือกตั้ง
ในจำนวนคำสั่ง คสช.กว่า ๕๐๐ ฉบับ ไอลอว์ยกตัวอย่างคำสั่งที่ “มีลักษณะเป็นการใช้อำนาจพิเศษ ประชาชน ไม่มีส่วนร่วม และยังส่งผลกระทบต่อสิทธิเสรีภาพและกระบวนการประชาธิปไตยของประชาชน” รวมทั้ง “คำสั่งมีลักษณะเป็นการใช้อำนาจรัฏฐาธิปัตย์ โดยอ้างมาตรา ๔๔ หรืออำนาจสูงสุด” ว่ามีประมาณ ๓๕ ฉบับ
ดังเช่น คำสั่งที่ ๓/๒๕๕๘ ที่ คสช.มักใช้ในการกดดันเสรีภาพในการแสดงออกของกลุ่มที่เห็นต่าง และไม่สนับสนุนการปกครองโดยคณะรัฐประหาร คำสั่งนี้ห้ามชุมนุมทางการเมืองตั้งแต่ ๕ คนขึ้นไป และให้อำนาจทหารเป็นผู้จับกุม และสอบสวนคดีความมั่นคง โดยสามารถกักกันตัวไว้ได้ ๗ วัน
ยังมีคำสั่งและประกาศ คสช. เกี่ยวกับสิทธิชุมชนและสิ่งแวดล้อมอีกหลายฉบับ เช่นคำสั่งที่ออกในปี ๒๕๕๗ ได้แก่ฉบับที่ ๖๔ ขับไล่ชาวบ้านออกจากพื้นที่, ๖๖ ให้ กอ.รมน.เป็นผู้ทวงคืนผืนป่า, ๗๐ และ ๑๐๙ เกี่ยวกับการจัดตั้งคณะกรรมการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นประธาน
โดยเฉพาะเกี่ยวเนื่องกับเขตเศรษฐกิจพิเศษ ระเบียงตะวันออก หรือ อีอีซีนั้นมีการใช้อำนาจวิเศษของมาตรา ๔๔ เปลี่ยนตัวนายกเทศมนตรีเสียดื้อๆ ด้วย ดังประกาศที่ ๑๕/๒๕๖๑ ให้ปลดพลตำรวจตรีอนันต์ เจริญชาศรี พ้นจากตําแหน่งนายกเมืองพัทยา แล้วตั้งนายสนธยา คุณปลื้ม เข้าไปเป็นแทน
 
นายสนธยา และตระกูลคุณปลื้ม ผู้ยิ่งใหญ่ของจังหวัดชลบุรีนี้เป็นที่ทราบกันดีว่าเข้าร่วมกับพรรคพลังประชารัฐที่รัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ คสช. จัดตั้งขึ้นเพื่อสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ได้เป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้งหลังเลือกตั้ง
น่าขันที่ข้ออ้างในการแต่งตั้งนายสนธยาบอกว่า “มีความจําเป็นต้องได้มาซึ่งนายกเมืองพัทยาและผู้บริหารเมืองพัทยาที่มีศักยภาพสูง พร้อมด้วยประสบการณ์และความรู้ความสามารถในการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อประโยชน์ต่อการสนับสนุนกิจกรรมและการดําเนินการในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก”
โดยแนวนโยบาย พรรคสามัญชนจึงเป็นอีกพรรคหนึ่งที่จะเป็นเรี่ยวแรงในการลบล้างอำนาจคณะรัฐประหารที่จะกำกับควบคุมรัฐบาลหลังเลือกตั้งอีกอย่างน้อย ๒๐ ปีได้ โดยเฉพาะจากคำของนายปกรณ์ในรายการจอมว่า
“ส.ส.สามัญชนจะไม่สนับสนุนนายกฯ คนนอก และร่วมมือกับพรรคอื่นที่ไม่สนับสนุน ถ้าจะมีบุคคลที่สืบทอดอำนาจจาก คสช. ถึงแม้เขาจะมาเป็น คนในก็ไม่สนับสนุน ไม่ว่าจะเป็นประยุทธ์หรือคนอื่น”
(ดูรายละเอียดการประชุมใหญ่พรรคสามัญชน และรายชื่อผู้บริหารพรรคได้ที่ https://www.matichonweekly.com/hot-news/article_135250)

วันอังคารที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2561

เครือข่ายทวงคืนป่าดอยสุเทพ งัดภาพถ่ายตอบนายกฯ ค้านบ้านป่าแหว่งมาตั้งแต่ปี 58 (ก่อนจะทำอะไรเคยถามประชาชน บ้างไหม?)

เครือข่ายทวงคืนป่าดอยสุเทพ งัดภาพถ่ายตอบนายกฯ ค้านบ้านป่าแหว่งมาตั้งแต่ปี 58 (ก่อนจะทำอะไรเคยถามประชาชน บ้างไหม?)



FACEBOOK/TEERASAK RUPSUWANคำบรรยายภาพภาพถ่ายพื้นที่เชิงดอยสุเทพบริเวณก่อสร้างบ้านพักตุลาการศาลที่เครือข่ายทวงคืนป่าดอยสุเทพอ้างว่าบันทึกเมื่อปี 2558


เครือข่ายทวงคืนป่าดอยสุเทพ งัดภาพถ่ายตอบนายกฯ ค้านบ้านป่าแหว่งมาตั้งแต่ปี 58


28 สิงหาคม 2018
บีบีซีไทย


"หากการออกมาคัดค้าน ได้ดำเนินการตั้งแต่ ก่อนเริ่มต้นโครงการก่อสร้าง ก็จะไม่ทำให้เรื่องยืดยาวหรือต้องสูญเสียงบประมาณของรัฐเช่นนี้" คือข้อความที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวผ่าน พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เมื่อวานนี้ (27)


คำกล่าวนี้เกิดขึ้นหนึ่งวันหลังจากชาวเชียงใหม่ที่รวมตัวเคลื่อนไหวในชื่อกลุ่ม เครือข่ายทวงคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ ออกมารวมตัวกันทวงถามคำมั่นที่รัฐบาลให้ไว้ก่อนหน้านี้ว่าให้บ้านพักตุลาการเชิงดอยสุเทพ จ.เชียงใหม่ย้ายออกจากบริเวณที่มีปัญหา และในช่วงนี้ก็ไม่ให้มีผู้ใดเข้าอยู่อาศัยโดยสิ้นเชิง แต่ทางเครือข่ายฯ อ้างว่ามีการเข้าอยู่อาศัยโดยเสดงภาพถ่ายต่าง ๆ เป็นหลักฐาน

เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรมสัญจร (ก.บ.ศ.) ที่เชียงรายมีมติเห็นชอบให้ สนง.ศาลยุติธรรม ขอใช้ที่ดินศูนย์วิจัยพืชสวนเชียงราย สร้างที่ทำการ ที่พักข้าราชการศาลอุทธรณ์ภาค 5 เเทนพื้นที่ริมดอยสุเทพที่ถูกคัดค้าน

พล.ท. สรรเสริญ กล่าวเมื่อวานนี้อีกด้วยว่า "รัฐบาลไม่ขัดข้องในการให้พื้นที่สร้างอาคารและที่พักอาศัยใหม่ และพร้อมจัดสรรงบประมาณสนับสนุนตามที่ขอมาอย่างสมเหตุสมผล โดยให้เป็นหน้าที่ของส่วนราชการดำเนินการตามขั้นตอนโดยเร็ว"



หลักฐานการคัดค้านก่อนหน้า

ภายหลังการให้ความเห็นของนายกรัฐมนตรีผ่านโฆษกรัฐบาล นายธีระศักดิ์ รูปสุวรรณ ประธานเครือข่ายทวงคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ กล่าวกับบีบีซีไทยว่า เครือข่ายทวงคืนผืนป่าดอยสุเทพ เริ่มคัดค้านหมู่บ้านป่าแหว่งมาตั้งแต่ปี 2558

เขาเล่าย้อนให้ฟังว่า ในเดือน มี.ค.ปีนั้น กลุ่มจักรยานเสือภูเขาที่เข้าไปขี่จักรยานในเส้นทางป่า แจ้งว่ามีการถางป่า จากนั้นทางเครือข่ายได้นำร่มขึ้นบินถ่ายภาพพื้นที่บริเวณเชิงดอยสุเทพและแจ้งไปที่อุทยานฯ ว่ามีการบุกรุก เจ้าหน้าที่อุทยานฯ จึงเข้ามาเก็บภาพถ่ายบันทึกหลักฐานไว้ในเดือน เม.ย.ปีเดียวกัน



FACEBOOK/TEERASAK RUPSUWANคำบรรยายภาพภาพเปรียบเทียบ ความเปลี่ยนแปลงของพื้นที่ป่าระหว่างปี 2558 และ 2561


"ตอนนั้นเราโพสต์ไปบนเฟซบุ๊กกลุ่มอนุรักษ์แม่ปิง หลังจากจากนั้นในปี 59 ประธานศาลอุทธรณ์ก็ออกมาชี้แจ้งว่าดำเนินการถูกต้องตามกฎหมาย"

ประธานเครือข่ายทวงคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ กล่าวว่า จนปลายเดือน ก.พ.ปีนี้ เห็นชัดว่าป่าเชิงดอนสุเทพถูกใช้พื้นที่เพิ่มขึ้น พร้อม ๆ กับกลุ่มอาคารที่ผุดขึ้นมา จึงทำให้เกิดการเคลื่อนไหวรวมตัวคัดค้าน


FACEBOOK/TEERASAK RUPSUWAN


นายธีระศักดิ์ย้ำจุดยืนของทางเครือข่ายฯ คือ ให้ยุติการใช้งานและรื้อ บ้านพักข้าราชการตุลาการศาลอุทธรณ์ภาค 5 บริเวณเชิงดอยสุเทพ จำนวน 45 หลัง และอาคารชุด 9 หลัง ตามที่คณะกรรมการปัญหาบ้านพักข้าราชการตุลาการฯ ชุดที่มีผู้ว่าราชการ จ.เชียงใหม่เป็นประธาน มีมติเมื่อวันที่ 6 พ.ค.ที่ผ่านมา แต่หลังจากผ่านมากว่า 3 เดือน กลับยังไม่มีความชัดเจนถึงเงื่อนเวลาการย้ายออก

ขอขอบคุณข้อมูล : FACEBOOK/TEERASAK RUPSUWAN 
(พร้อมคำบรรยายภาพภาพถ่ายพื้นที่เชิงดอยสุเทพบริเวณก่อสร้างบ้านพักตุลาการศาลที่เครือข่ายทวงคืนป่าดอยสุเทพอ้างว่าบันทึกเมื่อปี 2558)

วันจันทร์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2561

แหม 'ห่านอู' จะนั่งเบ๊นซ์ ขนาดนายหัวตรังยังบ่น นึกว่ายางราคา ๘๐ บาท ที่ไหนได้ นั่นมันสองโล ๘๐ บาท

แหม 'ห่านอู' จะนั่งเบ๊นซ์ ขนาดนายหัวตรังยังบ่น นึกว่ายางราคา ๘๐ บาท ที่ไหนได้ นั่นมันสองโล

หอกหัก โมกขศักดิ์เอ๊ย ยักยื้อไม่จบไม่สิ้น แทนที่จะเสริมส่ง กกต.ชุดใหม่ เขาตั้งหน้าทำงานให้ว่องไว ดันออกมาแตะเบรคเสียนั่น โฆษกห่านอูรีบแก้ เลือกตั้งวันที่ ๒๔ กุมภา แค่ทฤษฎี

จะมาเกี่ยงว่ารอโปรดเกล้าฯ ให้ระคายเคืองเบื้องยุคลบาททำห่ามไร ก็ไอ้ไทม์ไลน์ปลายกุมภาวันเข้าคูหาหย่อนบัตร เขาคำนวณเวลารอโปรดเกล้าฯ เอาไว้แล้ว ต้องหัดอ่าน ไทยอีนิวส์ เสียบ้างนะ >>> ที่นี่https://thaienews.blogspot.com/2018/08/blog-post_660.html

“แต่ในสถานการณ์ปัจจุบันก็จะต้องดูปัจจัยอื่นประกอบด้วย เช่น กฎหมายที่จะโปรดเกล้าฯ ลงมา ว่าจะมีการใช้ระยะเวลาเท่าไหร่” พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด อ้างว่าที่ กกต.พูดไว้วันก่อน “ตามทฤษฎีของคสช.และรัฐบาล ที่ว่าจะจัดการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นในวันอาทิตย์สุดท้ายของเดือนกุมภาพันธ์”

แถมพูดดักทางที่เขาไม่ได้ถาม “ทุกอย่างเป็นไปตามแผน ไม่ใช่ว่าการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นแล้ว รัฐบาลจะหยุดการทำงานทุกอย่าง แล้วไปเตรียมการเพื่อมอบนโยบายอย่างเดียวไม่ใช่” หมายความว่าจะครอบหัวรัฐบาลใหม่ที่มาจากการเลือกตั้งต่อไปไง


มิน่าถึงได้ควักกระเป๋าตังค์ประชาชน (งบประมาณผูกพัน ๕ ปี จากมิถุนา ๖๑ ถึงพฤษภา ๖๖) เอาไปซื้อรถเบ๊นซ์ใหม่เอี่ยม ๑๘ คัน ให้พวกรัฐบุรุษ รองนายกฯ และโฆษกฯ อย่างห่านอูนี่แหละ นั่งกันให้ตูดบาน เริ่มตั้งแต่ต้นเดือนกันยานี้

จากหลักฐานสำนักเลขานายกฯ เปิดประกวดราคาเช่ารถยนต์ประจำตำแหน่ง รัฐบุรุษกับรองนายกฯ ๕ คน ได้ขี่รุ่น เอส ๓๕๐ ดี ค่าเช่า ๙ หมื่นกว่าบาทต่อเดือนต่อคัน ระดับรองลงไปก็มีรุ่นเอ็กซ์คลูสีฟ อี ๓๕๐ อี กับ ซี๓๕๐ อี ค่าเช่าเดือนละ ๗ หมื่น ๖ พัน และ ๕ หมื่น ๓ พัน ต่อคัน ตามลำดับ

ของห่านอูได้นั่งเมอร์เซดีส รุ่นซีแอลเอ ๒๐๐ เออร์บัน หรูหราไม่แพ้กันแต่เครื่องเล็กลงไปหน่อย แค่ ๑,๕๙๕ ซีซี ค่าเช่าเดือนละ ๓ หมื่น ๕ พันบาทกว่าๆ ต่อคัน เป็นอันว่าจากนี้อีกอย่างน้อย ๑ ปี พวกห่านพวกห่ามจะขี่เบ๊นซ์จากเงินภาษีอากรราษฎรราว ๑๓ ล้านบาทกว่าๆ ต่อปี


นั่นเป็นส่วนเพิ่มที่รัฐบาล คสช. ขูดรีดเลือดจากปู (ทั้งไอ้และอี) นอกเหนือจากหนี้สินส่วนหนึ่งที่ต้องรับภาระต่อรัฐวิสาหกิจที่มีแม่ทัพนายกองเข้าไปนั่งเป็นบอร์ดกินทั้งเบี้ยประชุมและงบบันเทิง คนละเป็นแสนๆ ต่อเดือน

เมื่อสองสามวันก่อน โพสต์ทูเดย์ รายงานเรื่องความเสี่ยงทางการคลัง ที่สำนักงานเศรษฐกิจการคลังจัดทำสำหรับปีงบประมาณ ๒๕๖๐ ที่ผ่านมาว่า “รัฐวิสาหกิจมีการก่อหนี้คงค้างเพื่อดำเนินการโครงการโครงสร้างพื้นฐาน จำนวน ๙.๙๔ แสนล้านบาท
 
เป็นหนี้ที่รัฐบาลไม่ค้ำประกัน ๕.๕๒ แสนล้านบาท และเป็นหนี้ที่รัฐบาลค้ำประกัน ๔.๑๘ แสนล้านบาท ในจำนวนนี้รัฐบาลรับภาระ ๕.๖๗ หมื่นล้านบาท และไม่รับภาระ ๓.๖๑ แสนล้านบาท” โดยเป็นหนี้จากวิสาหกิจรับผิดชอบเรื่องเมกะโปรเจ็คของ คสช.

ได้แก่ การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) และองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เป็นต้น พวกนี้ “ประสบภาวะขาดทุนมาโดยตลอด

ดังนั้นภาระหนี้ที่เกิดจากการลงทุนของรัฐวิสาหกิจ จึงมีโอกาสที่จะเป็นภาระทางการคลังของรัฐบาลในอนาคตต่อไป หากรัฐวิสาหกิจไม่สามารถชำระคืนหนี้เงินกู้ได้”

คสช.อยู่มาสี่ปีกว่า ผลาญงบประมาณไปแล้วเป็นล้านล้านบาท ยังไม่มีทีท่าว่าจะหาเงินเข้าไปอุดรูโหว่คงคลังได้เมื่อไหร่ ผลการทุ่มเงินลงไปที่อีอีซี เมกะโปรเจ็คที่หวังจะใช้เชิดหน้าให้ คสช.อยู่กินกันต่ออีกสี่ซ้าห้าปี ก็ยังไม่มีรูปธรรมแย้มให้เห็น

มิหนำซ้ำชาวบ้านกำลังไส้แห้งกันถ้วนทั่ว ไหนรายการน้ำท่วมระลอกใหม่กำลังเริ่มอ่วม ทั้งที่น่านและเชียงราย สองวันก่อน ไพศาล พืชมงคล คนเก่าแก่ของ คสช. แท้ๆ มีบ่น การทำมาหากินคนปักษ์ใต้ใกล้จะเหี่ยวตายกันแล้ว

วานนี้นายหัวคนใต้ ปชป.ตัวพ่อ เริ่มครวญบ้าง “ครั้งหนึ่งภาคใต้เคยเป็นภาคที่มีความมั่งคั่งมากที่สุด แต่ในวันนี้กลายเป็นภาคที่ทรุดมากที่สุด” ชวน หลีกภัย ไปปาฐกถาในงานเปิดโรงแรมใหม่ที่เมืองคอนฯ เล่าให้ฟังว่าไปเยี่ยมชาวสวนยางสตูล
 
“ชาวสวนมาบอกผมว่ายางที่นี่มีราคา ๘๐ บาท ผมเองตกใจว่าที่นี่ขึ้นสูงได้อย่างไร สุดท้ายได้รับคำตอบ ๒ ก.ก.ราคา ๘๐ บาท” แน่ะ ทั่นยังอุตส่าห์ใส่อารมณ์ขัน

นายหัวตรังยังให้เบาะแส มีแต่สองจังหวัดเล็กๆ ยังไม่ตายหยังเขียดเหมือนที่อื่นๆ คือชุมพรและระนอง ที่หัวหน้า คสช. ขวัญใจสลิ่มกรุงและ กปปส.ใต้ กำลังจะเดินสายไปเยี่ยม

“ผมเองก็เตรียมข้อมูลไปไว้รายงานให้ รมว.เกษตรได้รับทราบ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการส่งเสริมการท่องเที่ยว”


ส่งการท่องเที่ยวช่วงนี้คงไม่ค่อยไหว หลังจากเหตุเรือเฟอรี่อับปาง นักท่องเที่ยวจีนตายระนาวที่ภูเก็ต แล้วพากันยกเลิกจองทัวร์เกือบเกลี้ยง กว่าจะฟื้นคืนได้น่าจะอีกพักใหญ่

แต่ก็ดีแล้วละที่นายหัวต่อสายผูกมิตรไว้กับ คสช. ซึ่งดูท่าเตรียมการอยู่ต่ออีกรอบ ยังไม่รู้จะออกมารูปไหน เวลานี้พลังประชารัฐยังเอาแน่ไม่ได้ ต่อไปใช้พลัง ปชป. เสียบ คงสมกันดั่งกิ่งทองใบหยก

เห็นว่าไอเดียเกษตรกรรมของอดีตนายกฯ ชวนนี่ไม่ธรรมดา ชวนชาวบ้านปลูกจำปาดะแทนยางงี้ ปลูกสะตอกับ

ลูกเนียงพันธุ์ตรังงั้น พืชเศรษฐกิจของชาวใต้ เวลาตกอับมากๆ ต้มกินประทังไปวันๆ ดีกว่ามีแต่น้ำยาง

ขอขอบคุณข้อมูล ครับ

วันศุกร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2561

ปรากฏการณ์เผด็จการฟาสซิสต์ทางศิลธรรม ....อิอิ

ปรากฏการณ์เผด็จการฟาสซิสต์ทางศิลธรรม ....อิอิ 







ฟาสซิสต์ทางศีลธรรม

%%%

พวกเขามาในนามของความดี
แล้วใช้รัฐทุกทีเพื่อขับไส
บังคับคนทำดีให้ดังใจ
ประกาศกฎกดไว้ทั่วแผ่นดิน
การทำดีไม่มีที่ต้องเลือก
ถ้าใครเสือกไม่ทำจำขังสิ้น
ศีลธรรมเปลี่ยนเป็นตรวนชวนชาชิน
ทาสความดีเต็มถิ่นสิ้นคนไท


ปรากฏการณ์ลัทธิฟาสซิสต์ทางศีลธรรม
(Moral Fascism Phenomenon)
































ขอขอบคุณข้อมูล : ที่มา FB Kasian Tejapira

ลิงค์ภาษาอังกฏษที่เกี่ยวข้อง...

วันพุธที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2561

จีนยึดกัมพูชาไปเรียบร้อยตามสัญญาเช่า 55 ปี เวียตนามประชาชนไม่ยอมรู้เท่าทันเล่ห์เหลี่ยมจีน ไทย คสช.ร่วมมือกับเจ้าสัวเปิดโอกาส(ขายชาติ)ให้จีน รายต่อไปให้เช่า 99 ปี



ชาวกัมพูชาใน "กัมปอต" หวั่นว่าการหลั่งไหลเข้ามาของนักลงทุนจีนจะทำให้เมืองที่เคยเงียบสงบ กลายเป็นแหล่งอาชญากรรมไม่ต่างจาก "สีหนุวิลล์"
การหลั่งไหลเข้ามาของชาวจีน เป็นหนึ่งสิ่งที่ชาวกัมพูชาหลายคนเป็นกังวล

ตามคำท้าฮุนเซน อเมริกาตัดความช่วยเหลือกัมพูชาอีก เหตุ ปชต. “เสื่อมถอย”
“เดอะ แคมโบเดีย เดลี” กัมพูชา ปิดตัวแล้ววันนี้ อ้างโดนรัฐบาลเล่นงานด้วยภาษีสูงลิ่ว

คนเวียตนามไม่เอา 99 ปี
เวียดนามเลื่อนลงมติร่าง กม.เปิดทางต่างชาติเช่าที่ดิน 99 ปี หลังประท้วงใหญ่

รัฐบาลปฏิเสธขายชาติให้คนต่างด้าว กรณีให้สิทธิเช่าที่ดิน EEC 99 ปี ย้ำไม่แตกต่างจาก ก.ม.ในอดีตและหลักสากล ชี้ชัดกำหนดเงื่อนไขทุกขั้นตอนอย่างรัดกุม มุ่งรักษาผลประโยชน์ประเทศ....
อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/politic/news/543961