วันอาทิตย์ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

ทำไมผู้ชุมนุมประท้วงการขึ้นราคาน้ำมันในฝรั่งเศส ต้องก่อม็อบ ทำไมสัญญลักษณ์ต้อง "เสื้อกั๊กเหลือง" - BBC Thai

ทำไมผู้ชุมนุมประท้วงการขึ้นราคาน้ำมันในฝรั่งเศส ต้องก่อม็อบ ทำไมสัญญลักษณ์ต้อง "เสื้อกั๊กเหลือง" - BBC Thai



ANADOLU AGENCY/GETTY IMAGES


มาครงอัดม็อบ “เสื้อกั๊กเหลือง” น่าละอาย


25 พฤศจิกายน 2018
บีบีซีไทย


ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง แห่งฝรั่งเศส ออกมาสวนกลับกลุ่มผู้ชุมนุมประท้วงการขึ้นราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ที่ปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจกลางกรุงปารีส

"น่าละอายจริง ๆ สำหรับพวกที่โจมตีตำรวจ" และ "ไม่มีพื้นที่สำหรับความรุนแรงในสาธารณรัฐฝรั่งเศส" นายมาครงทวีตข้อความ หลังเกิดเหตุวุ่นวายขึ้นบนถนนช็องเอลีเซ่ เมื่อวันเสาร์ (24 พ.ย.) จนตำรวจต้องใช้แก๊สน้ำตาและปืนฉีดน้ำแรงดันสูงเพื่อสลายการชุมนุม

กลุ่มผู้ชุมนุมที่ถูกเรียกว่า "'เสื้อกั๊กเหลือง" ตามสีเสื้อที่พวกเขาสวมใส่ ระบุว่า การชุมนุมในวันเสาร์เป็น "ภาคที่ 2" ในการรณรงค์ที่เริ่มต้นขึ้นเมื่อสัปดาห์ก่อนเพื่อต่อต้านการขึ้นภาษีน้ำมันดีเซล และก็ขยายความโกรธแค้นไปยังปัญหาค่าครองชีพโดยเฉพาะในพื้นที่ชนบท และความคับแค้นใจต่อนโยบายของนายมาครง



กระทรวงมหาดไทยของฝรั่งเศสประเมินว่า มีประชาชนมากกว่า 1 แสนคนเข้าร่วมการประท้วงที่เกิดขึ้นราว 1,600 จุดทั่วประเทศ ส่วนใหญ่เป็นการชุมนุมอย่างสงบ ยกเว้นในกรุงปารีสซึ่งมีผู้ชุมนุมราว 8,000 คน ปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

เกิดอะไรในช็องเอลีเซ่

ตำรวจราว 5,000 นายถูกส่งมารักษาความสงบในกรุงปารีส และได้วางแนวกั้นรอบ ๆ อาคารสำคัญ อาทิ ทำเนียบประธานาธิบดี และรัฐสภา


REUTERS


โฆษกกลุ่มผู้ชุมนุมบอกเอเอฟพีว่า พวกเขาจะชุมนุมอย่างสันติ เพื่อบอกให้รัฐบาลรับฟัง

ทว่าในช่วงเช้า กลุ่มผู้ชุมนุมได้พยายามฝ่าแนวกั้นของตำรวจ จุดไฟเผา รื้อป้ายบอกสัญญาณจราจรบนถนน ดึงก้อนอิฐปูทางเท้าขว้างปาใส่เจ้าหน้าที่ ขณะที่บางส่วนก็ตะโกนต่อต้านนายมาครง สถานการณ์วุ่นวายเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องไปถึงช่วงเย็น ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะเข้าควบคุมสถานการณ์ได้

เจ้าหน้าที่เปิดเผยว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุปะทะ 19 คน ในจำนวนนี้เป็นตำรวจ 4 นาย และมีผู้ถูกจับกุม 40 คน

ความวุ่นวายในจุดอื่น ๆ ในฝรั่งเศส

กลุ่มผู้ประท้วงได้นัดชุมนุมพร้อมกันทั้งประเทศ ปิดกั้นถนน ทำให้สภาพการจราจรชะลอตัวลง บางคนเข้ายึดด่านผ่านทางยกระดับ (มอเตอร์เวย์) แล้วปล่อยให้รถผ่านเข้าไปแบบดื้อ ๆ

นอกจากนี้ยังมีเหตุปะทะกันเล็กน้อย ทำให้มีผู้ถูกจับกุมไป 130 คน

การชุมนุมและการใช้ความรุนแรงอยู่ในระดับที่เล็กกว่า หากเทียบกับการชุมนุมเมื่อสัปดาห์ก่อน (17 พ.ย.) ซึ่งมีผู้เข้าร่วมกว่า 2.8 แสนคน โดยมีประชาชน 2 คนเสียชีวิต ขณะที่อีก 600 คนได้รับบาดเจ็บ


ANADOLU AGENCY/GETTY IMAGES


ชนวนก่อเหตุประท้วงเกิดจากอะไร

ราคาน้ำมันดีเซลซึ่งใช้กับรถยนต์ส่วนใหญ่ในฝรั่งเศสได้ปรับเพิ่มขึ้นร้อยละ 23 ตลอด 12 เดือนที่ผ่านมา จนมีราคาเฉลี่ย 1.51 ยูโรต่อลิตร (ประมาณ 56.65 บาท) ซึ่งเป็นอัตราที่สูงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2000

ในขณะที่ราคาน้ำมันในตลาดโลกพุ่งสูงขึ้น ก่อนร่วงลงมา แต่รัฐบาลนายมาครงได้ปรับขึ้นภาษีไฮโดรคาร์บอนในปีนี้ที่อัตรา 7.6 เซนต์ต่อลิตรสำหรับดีเซล และ 3.9 เซนต์ต่อลิตรสำหรับเบนซิน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการรณรงค์ให้ใช้เชื้อเพลิงสะอาด

การตัดสินใจขึ้นภาษีดีเซลอีก 6.5 เซนต์ต่อลิตร และเบนซิน 2.9 เซนต์ต่อลิตร ที่จะมีผลในวันที่ 1 ม.ค. 2019 กลายเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้เกิดการลุกฮือขึ้นประท้วง ทว่าประธานาธิบดีมาครงกล่าวอ้างว่าเป็นเพราะราคาน้ำมันโลกเพิ่มสูงขึ้นในไตรมาส 3


CHINA NEWS SERVICE/VCG VIA GETTY IMAGES


การประท้วง 2 ครั้งนี้เป็นสัญญาณร้ายต่อรัฐบาลของนายมาครง เพราะเป็นการรวมกลุ่มของประชาชนหลากหลายกลุ่ม แม้แต่กลุ่มที่เคยสนับสนุนนายมาครงเองก็ตาม ฝรั่งเศสมักคุ้นชินกับการประท้วงในเรื่องต่าง ๆ แต่ก็มักนำโดยกลุ่มผลประโยชน์ทางการเมือง หากแต่กลุ่มเสื้อกั๊กเหลืองไม่มีผู้นำเช่นนั้น และทำให้ยากที่จะควบคุมพฤติกรรมฝูงชน

ทำไมต้อง "เสื้อกั๊กเหลือง"

ผู้ขับขี่รถทุกคนในฝรั่งเศสต้องพกเสื้อกั๊กสีเหลืองไว้ในรถของตน เพราะเป็นหนึ่งในอุปกรณ์รักษาความปลอดภัยในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน นอกจากนี้ยังมีกรวยสามเหลี่ยมสีแดงที่ต้องวางไว้ด้านหลังรถที่เกิดเสียขึ้นมากลางทาง และถ้าพลขับจะลงจากตัวรถก็ต้องสวมเสื้อกั๊กสีเหลืองสะท้อนแสงที่มองเห็นได้ชัดเจนด้วย

การไม่สวมใส่เสื้อกั๊กหลังรถเสียหรือเกิดอุบัติเหตุ อาจทำให้ต้องเสียค่าปรับเป็นเงิน 135 ยูโร (ประมาณ 5,064 บาท) ตามกฎหมายที่นำมาบังคับใช้ในปี 2008

ooo



https://www.facebook.com/AntiCorruption001/videos/727335277637161/

...

วันอาทิตย์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

2 ข่าวนี้ต่อเนื่องกัน (จะมีสลิ่ม ออกมากล่าวหานายกว่าขายชาติมั๊ยน๊อ?)

2 ข่าวนี้ต่อเนื่องกัน (จะมีสลิ่ม ออกมากล่าวหานายกว่าขายชาติมั๊ยน๊อ?)



Athasit Poolsawat จะมีสลิ่ม ออกมากล่าวหานายกว่าขายชาติมั๊ยน๊อ?

Apirux Wanasathop สองสามวันนี้ คสช ออก ม44 ถี่ๆมีผลติดๆกันหลายฉบับ ล้วนขี้ๆ
ทั้งเอื้อ ปย ทุนใหญ่(ยกเว้น ภงด)
สั่งการเกี่ยวกับจัดเลือกตั้ง(ปาดหน้า กกต)
และอื่นๆกำลังตามมาติดๆ
นี่คือการทิ้งทวน???

ooo


วัดใจ’บิ๊กตู่’อาลีบาบาซื้อที่ แลกลงทุนหมื่นล้านบูมอีอีซี





17 November 2018
ประชาชาติธุรกิจ


“แจ็ก หม่า” ยื่นข้อเสนอใหม่ “ฮับโลจิสติกส์” ในไทย ขอเปลี่ยนจากการ “เช่าที่ดิน” เป็น “ซื้อที่ดิน” แทน ปั้นฮับไทยให้ยิ่งใหญ่ EEC-BOI หาช่องดึงอาลีบาบาลงทุน เปิด พ.ร.บ. EEC ให้ถือกรรมสิทธิ์ได้แค่เช่า 49+50 ปี พ.ร.บ. BOI ให้ซื้อที่ดินได้แต่สิทธิประโยชน์น้อยกว่า ส่วน WHA มั่นใจดีลเช่าที่ยังไม่ล้ม


ระยะเวลาได้ผ่านมากว่า 6 เดือนแล้ว หลังจากที่ “แจ็ก หม่า” ประธานบริษัทอาลีบาบากรุ๊ป ซึ่งเป็นบริษัทอีคอมเมิร์ซรายใหญ่ที่สุดของประเทศจีน ได้ลงนามความร่วมมือด้าน Smart digital hub and digital transformation strategic partnership ซึ่งประกอบไปด้วย MOU 4 ฉบับกับรัฐบาลไทย โดยหนึ่งในนั้น อาลีบาบาได้เตรียมแผนการก่อสร้างโครงการ Smart Digital Hub (2561-2562) ในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) มูลค่าลงทุน 11,000 ล้านบาท ทว่าจนกระทั่งถึงปัจจุบันยังไม่มีความคืบหน้าในการก่อสร้าง แต่มีแนวโน้มที่จะขอเปลี่ยนแปลงวิธีการได้มาซึ่ง “กรรมสิทธิ์” ในที่ดินจากการ “เช่า” มาเป็น “ซื้อ” ที่ดินแทน

ข้อเสนอใหม่ของแจ็ก หม่า

ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานระหว่างการเยือนจีนของนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เพื่อเข้าชมงาน International China Import-Export เมื่อเร็ว ๆ นี้ ได้มีการหารือระหว่างฝ่ายไทยกับแจ็ก หม่า ประธานบริษัทอาลีบาบาในเรื่องของการ transform ประเทศไทยสู่ digital 4.0 โดยแจ็ก หม่า ได้ยื่น “ข้อเสนอใหม่” ที่ต้องการให้ประเทศไทยเป็น hub logistic ที่มากกว่าการเป็น hub ธรรมดา ๆ ตามความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างไทยและจีน รวมถึงการสร้างศูนย์พัฒนาบุคลากรไทย-จีน โดยอาลีบาบาต้องการที่จะขอ “ซื้อที่ดิน” ในประเทศไทยแทนการ “เช่าที่ดิน” ที่ตกลงเบื้องต้นกันไว้

ทั้งนี้เป็นที่ทราบกันดีว่า ที่ผ่านมาบริษัทอาลีบาบาได้ทำข้อตกลงกับภาคเอกชนคือ บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA เพื่อขอเช่าพื้นที่ในนิคมอุตสาหกรรมของ WHA ที่จังหวัดฉะเชิงเทรา สำหรับพัฒนาเป็นเขตส่งเสริมธุรกิจอีคอมเมิร์ซและสมาร์ทโลจิสติกส์

“ขณะนี้ทีม EEC และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ได้รับทราบข้อเสนอใหม่ของอาลีบาบาแล้ว โดยมีการสั่งการให้ทั้ง 2 หน่วยงานร่วมกันในการหาทางออกให้กับข้อเสนอซื้อที่ดินว่าจะสามารถทำได้อย่างไร และเกี่ยวพันกับกฎหมายฉบับใดที่เปิดช่องให้สามารถดำเนินการได้บ้าง”

กฎหมาย EEC ให้ได้แค่เช่า 99 ปี

นายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการ คณะกรรมการนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ภายใต้ พ.ร.บ.เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (พ.ศ. 2561) ได้กำหนดไว้ในมาตรา 52 นักลงทุนจะไม่สามารถใช้กฎหมายฉบับนี้เพื่อการ “ซื้อ” ที่ดินลงทุนได้ แต่จะทำได้เพียงการ “เช่า” พื้นที่ตามกฎหมายเท่านั้นคือ แบ่งการอนุมัติให้เช่าออกเป็น 2 ระยะ โดยระยะแรกอนุมัติระยะเวลาการเช่าไม่เกิน 50 ปี และระยะที่สองสามารถต่ออายุการเช่าได้อีกไม่เกิน 49 ปี เมื่อรวม 2 ระยะแล้วไม่เกิน 99 ปี ดังนั้นในกรณีที่นักลงทุนต้องการจะซื้อที่ดินจะต้องใช้กฎหมายฉบับอื่นที่ว่าด้วยเรื่องของการขายที่ดิน เช่น กฎหมายที่ดินเพื่อนำมาพิจารณาเพื่อขอซื้อที่ดินแทนกฎหมาย EEC เพื่อลงทุนในพื้นที่ดังกล่าวที่นักลงทุนสนใจ

“หากนักลงทุนจะซื้อที่ดิน เราไม่ขาย ถามว่าในกฎหมายเราให้เช่าได้อย่างเดียวใช่หรือไม่นั้น มันแล้วแต่กรณี มันมีหลายอันที่เราไม่ค่อยเกี่ยวข้องคือเรื่องของที่ดิน ซึ่งในกฎหมาย EEC พูดถึงเรื่องที่ดินน้อยมาก แต่กฎหมายอื่นให้ในเรื่องของที่ดิน เช่น กฎหมายของ BOI ถ้าได้การส่งเสริมบางกิจการก็สามารถซื้อที่ดินได้และที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมก็ซื้อได้ แต่ใน EEC ไม่ได้ เราไม่ได้ระบุไว้ว่าให้ซื้อ” นายคณิศกล่าว

BOI ซื้อได้แต่เลิกต้องคืน

นางสาวพจณี อรรถโรจน์ภิญโญ รองเลขาธิการคณะกรรมการ EEC กล่าวเพิ่มเติมว่า นักลงทุนที่มีความต้องการซื้อที่ดินเพื่อลงทุนในพื้นที่ EEC นั้น “สามารถทำได้” โดยมีช่องให้ใช้ พ.ร.บ.ส่งเสริมการลงทุนของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) แต่ต้องทำตามเงื่อนไขที่ BOI กำหนด เช่า เรื่องของเงินลงทุนส่วนใหญ่จะสูงเป็นระดับหลาย ๆ พันล้านบาท รวมถึงจะต้องเป็นการลงทุนที่นำเอาห่วงโซ่ทั้งคลัสเตอร์มาลงทุนด้วย หากเป็นกิจการเดียวลงทุนครั้งเดียวแล้วก็ถือว่า “ไม่เข้าเงื่อนไขของ BOI ไม่สามารถซื้อที่ดินเพื่อก่อสร้างและลงทุนได้”

“ตามกระบวนการหากเป็นอุตสาหกรรมเล็ก ๆ กิจการธรรมดาจะขอรับการส่งเสริมที่ BOI หากเป็นอุตสาหกรรมเป้าหมาย (S-curve) จะมาคุยที่สำนักงาน EEC เพราะนักลงทุนเหล่านี้มีซัพพลายเชนมาก จะดึงกันมาลงทุนทั้งยวง” น.ส.พจณีกล่าว

ทั้งนี้ พ.ร.บ.ส่งเสริมการลงทุนระบุไว้ในมาตรา 27 “ผู้ได้รับการส่งเสริมจะได้รับอนุญาตให้ถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินเพื่อประกอบการกิจการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนตามจำนวนที่คณะกรรมการ (มีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน) พิจารณาเห็นสมควร แม้ว่าจะเกินกำหนดที่จะพึงมีได้ตามกฎหมายอื่น ในกรณีที่ผู้ได้รับการส่งเสริมซึ่งเป็นคนต่างด้าวตามประมวลกฏหมายที่ดินเลิกกิจการที่ได้รับการส่งเสริมหรือโอนกิจการนั้นให้แก่ผู้อื่น ผู้ได้รับส่งเสริมต้องจำหน่ายที่ดินที่ได้รับอนุญาตให้ถือกรรมสิทธิ์ภายใน 1 ปีนับแต่วันที่เลิกหรือโอนกิจการ มิฉะนั้นให้อธิบดีกรมที่ดินมีอำนาจจำหน่ายที่ดินนั้นตามประมวลกฎหมายที่ดิน”

ข้อดี-เสีย 2 พ.ร.บ.

อย่างไรก็ตาม การใช้ พ.ร.บ.เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) กับ พ.ร.บ.ส่งเสริมการลงทุน (BOI) มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไป กล่าวคือ พ.ร.บ. EEC ให้สิทธินักลงทุนต่างด้าวถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินใน “เขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ” ด้วยการ “เช่า” แต่เป็นระยะเวลายาวนานถึง 1 ชั่วอายุคนคือ 49+50 ปี พร้อมกับได้รับสิทธิพิเศษต่าง ๆ อาทิ การ “ยกเว้น” หรือลดหย่อนภาษีเป็นกรณีพิเศษ, ยกเว้นการควบคุมการแลกเปลี่ยนเงินตรา, สามารถใช้เงินตราต่างประเทศในการชำระค่าสินค้าได้, สามารถนำเข้าผู้เชี่ยวชาญพิเศษ รวมไปถึงการขอ visa

ส่วน พ.ร.บ. BOI ให้สิทธินักลงทุนต่างด้าวในการ “ซื้อที่ดิน” ได้ แต่จะได้รับการส่งเสริมการลงทุนตามประกาศของคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนตามประเภทกิจการนั้น ๆ เท่านั้น จึงเป็นเรื่องที่บริษัทอาลีบาบาที่จะเข้ามาลงทุนตั้ง smart digital hub จะต้องเป็นผู้ตัดสินใจ

WHA มั่นใจดีลยังไม่ล้ม

ด้านนางสาวจรีพร จารุกรสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท WHA Corporation กล่าวว่า ยังไม่สามารถให้รายละเอียดเกี่ยวกับการทำสัญญากับบริษัทอีคอมเมิร์ซรายใหญ่ของจีนได้ เพราะ “เป็นไปตามข้อตกลง” แต่ยืนยันว่าได้มีการทำสัญญาไปแล้วเมื่อเดือนสิงหาคม โดยผู้ประกอบการรายดังกล่าวจะซื้อที่ดินประมาณ 130,000 ตร.ม. ทั้งนี้ยังมีกระบวนการด้านการเงินตามรายละเอียดของสัญญาที่ตกลงกันไว้แล้วด้วย

เครดิต : Thanapol Eawsakul

วันพุธที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2561

‘สามัญชน’ อีกพรรคประกาศยกเลิกคำสั่ง คสช. ไม่เอานายกฯ คนนอก และที่ปลอมตัวเป็น 'คนใน'

วันพุธ, กันยายน 26, 2561

‘สามัญชน’ อีกพรรคประกาศยกเลิกคำสั่ง คสช. ไม่เอานายกฯ คนนอก และที่ปลอมตัวเป็น 'คนใน'

สามัญชน เป็นอีกพรรคการเมืองที่กำลังจัดตั้งใหม่ ซึ่งประกาศแนวนโยบายแจ้งชัดว่าจะดำเนินการยกเลิกประกาศและคำสั่งต่างๆ ของ คสช. ที่ใช้กำกับควบคุมและตีกรอบการดำเนินชีวิตของประชาชนตลอดกว่าสี่ปีที่ผ่านมา อย่างผิดผีผิดไข้ต่อครรลองการบังคับใช้กฎหมายโดยนิติธรรม แห่งหลักการประชาธิปไตยอันเป็นสากล
จากคำให้สัมภาษณ์รายการ ไทยว้อยซ์ไล้ฟ์ ของ จอม เพชรประดับ โดยว่าที่โฆษกพรรคสามัญชน ปกรณ์ อารีกุล ถึงแนวทางการ ปลดอาวุธ คสช. ด้วยมือเปล่า ขยายความจากว่าที่หัวหน้าพรรค เลิศศักดิ์ คำคงศักดิ์ กล่าวไว้หลังการประชุมใหญ่เลือกคณะกรรมการบริหารพรรค ที่บ้านโนนสว่าง อำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย
เขาบอกว่าจะเสนอเป็นร่าง พรบ. เพื่อยกเลิกคำสั่งและประกาศ คสช. ที่มีผลต่ออำนาจการตัดสินใจของพี่น้องประชาชน ทั้งนี้เป็นแนวทางเดียวกับที่กำลังมีการณรงค์เข้าชื่อกันให้ครบ ๑ หมื่น ซึ่งสำนัก ไอลอว์ริเริ่มไว้
ก่อนหน้านี้พรรคประชาชาติ พรรคใหม่อีกพรรคหนึ่งซึ่งจัดตั้งโดยนายวันมูหะมัดนอร์ มะทาและพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ก็ได้แถลงแนวนโยบายผลักดันให้มีการยกเลิกและปรับปรุงกฎหมายที่ “เป็นอุปสรรคต่อการดํารงชีวิตและการประกอบอาชีพของประชาชน”
รวมทั้งกฎหมาย “ที่บัญญัติขึ้นในขณะที่ประเทศไม่ได้ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย” โดยออกมาในรูปคำสั่งและประกาศของคณะผู้ยึดอำนาจการปกครอง ทั้งนี้ เลขาธิการพรรคแสดงความชื่นชมในแนวทางการรณรงค์ในเรื่องนี้ของ ILaw’ เอาไว้ด้วย
การรณรงค์ดังกล่าวของไอลอว์เริ่มมาตั้งแต่เมื่อกลางเดือนมกราคม จนบัดนี้เป็นเวลา ๘ เดือนกว่า มีผู้เข้าชื่อราว ๔ พันคน ขณะที่เป้าหมายอยู่ที่ ๑ หมื่นรายชื่อตามรัฐธรรมนูญมาตรา ๑๓๓ เตรียมไว้นำเสนอต่อรัฐบาลใหม่ที่จะมีหลังการเลือกตั้ง
ในจำนวนคำสั่ง คสช.กว่า ๕๐๐ ฉบับ ไอลอว์ยกตัวอย่างคำสั่งที่ “มีลักษณะเป็นการใช้อำนาจพิเศษ ประชาชน ไม่มีส่วนร่วม และยังส่งผลกระทบต่อสิทธิเสรีภาพและกระบวนการประชาธิปไตยของประชาชน” รวมทั้ง “คำสั่งมีลักษณะเป็นการใช้อำนาจรัฏฐาธิปัตย์ โดยอ้างมาตรา ๔๔ หรืออำนาจสูงสุด” ว่ามีประมาณ ๓๕ ฉบับ
ดังเช่น คำสั่งที่ ๓/๒๕๕๘ ที่ คสช.มักใช้ในการกดดันเสรีภาพในการแสดงออกของกลุ่มที่เห็นต่าง และไม่สนับสนุนการปกครองโดยคณะรัฐประหาร คำสั่งนี้ห้ามชุมนุมทางการเมืองตั้งแต่ ๕ คนขึ้นไป และให้อำนาจทหารเป็นผู้จับกุม และสอบสวนคดีความมั่นคง โดยสามารถกักกันตัวไว้ได้ ๗ วัน
ยังมีคำสั่งและประกาศ คสช. เกี่ยวกับสิทธิชุมชนและสิ่งแวดล้อมอีกหลายฉบับ เช่นคำสั่งที่ออกในปี ๒๕๕๗ ได้แก่ฉบับที่ ๖๔ ขับไล่ชาวบ้านออกจากพื้นที่, ๖๖ ให้ กอ.รมน.เป็นผู้ทวงคืนผืนป่า, ๗๐ และ ๑๐๙ เกี่ยวกับการจัดตั้งคณะกรรมการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นประธาน
โดยเฉพาะเกี่ยวเนื่องกับเขตเศรษฐกิจพิเศษ ระเบียงตะวันออก หรือ อีอีซีนั้นมีการใช้อำนาจวิเศษของมาตรา ๔๔ เปลี่ยนตัวนายกเทศมนตรีเสียดื้อๆ ด้วย ดังประกาศที่ ๑๕/๒๕๖๑ ให้ปลดพลตำรวจตรีอนันต์ เจริญชาศรี พ้นจากตําแหน่งนายกเมืองพัทยา แล้วตั้งนายสนธยา คุณปลื้ม เข้าไปเป็นแทน
 
นายสนธยา และตระกูลคุณปลื้ม ผู้ยิ่งใหญ่ของจังหวัดชลบุรีนี้เป็นที่ทราบกันดีว่าเข้าร่วมกับพรรคพลังประชารัฐที่รัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ คสช. จัดตั้งขึ้นเพื่อสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ได้เป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้งหลังเลือกตั้ง
น่าขันที่ข้ออ้างในการแต่งตั้งนายสนธยาบอกว่า “มีความจําเป็นต้องได้มาซึ่งนายกเมืองพัทยาและผู้บริหารเมืองพัทยาที่มีศักยภาพสูง พร้อมด้วยประสบการณ์และความรู้ความสามารถในการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อประโยชน์ต่อการสนับสนุนกิจกรรมและการดําเนินการในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก”
โดยแนวนโยบาย พรรคสามัญชนจึงเป็นอีกพรรคหนึ่งที่จะเป็นเรี่ยวแรงในการลบล้างอำนาจคณะรัฐประหารที่จะกำกับควบคุมรัฐบาลหลังเลือกตั้งอีกอย่างน้อย ๒๐ ปีได้ โดยเฉพาะจากคำของนายปกรณ์ในรายการจอมว่า
“ส.ส.สามัญชนจะไม่สนับสนุนนายกฯ คนนอก และร่วมมือกับพรรคอื่นที่ไม่สนับสนุน ถ้าจะมีบุคคลที่สืบทอดอำนาจจาก คสช. ถึงแม้เขาจะมาเป็น คนในก็ไม่สนับสนุน ไม่ว่าจะเป็นประยุทธ์หรือคนอื่น”
(ดูรายละเอียดการประชุมใหญ่พรรคสามัญชน และรายชื่อผู้บริหารพรรคได้ที่ https://www.matichonweekly.com/hot-news/article_135250)

วันอังคารที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2561

เครือข่ายทวงคืนป่าดอยสุเทพ งัดภาพถ่ายตอบนายกฯ ค้านบ้านป่าแหว่งมาตั้งแต่ปี 58 (ก่อนจะทำอะไรเคยถามประชาชน บ้างไหม?)

เครือข่ายทวงคืนป่าดอยสุเทพ งัดภาพถ่ายตอบนายกฯ ค้านบ้านป่าแหว่งมาตั้งแต่ปี 58 (ก่อนจะทำอะไรเคยถามประชาชน บ้างไหม?)



FACEBOOK/TEERASAK RUPSUWANคำบรรยายภาพภาพถ่ายพื้นที่เชิงดอยสุเทพบริเวณก่อสร้างบ้านพักตุลาการศาลที่เครือข่ายทวงคืนป่าดอยสุเทพอ้างว่าบันทึกเมื่อปี 2558


เครือข่ายทวงคืนป่าดอยสุเทพ งัดภาพถ่ายตอบนายกฯ ค้านบ้านป่าแหว่งมาตั้งแต่ปี 58


28 สิงหาคม 2018
บีบีซีไทย


"หากการออกมาคัดค้าน ได้ดำเนินการตั้งแต่ ก่อนเริ่มต้นโครงการก่อสร้าง ก็จะไม่ทำให้เรื่องยืดยาวหรือต้องสูญเสียงบประมาณของรัฐเช่นนี้" คือข้อความที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวผ่าน พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เมื่อวานนี้ (27)


คำกล่าวนี้เกิดขึ้นหนึ่งวันหลังจากชาวเชียงใหม่ที่รวมตัวเคลื่อนไหวในชื่อกลุ่ม เครือข่ายทวงคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ ออกมารวมตัวกันทวงถามคำมั่นที่รัฐบาลให้ไว้ก่อนหน้านี้ว่าให้บ้านพักตุลาการเชิงดอยสุเทพ จ.เชียงใหม่ย้ายออกจากบริเวณที่มีปัญหา และในช่วงนี้ก็ไม่ให้มีผู้ใดเข้าอยู่อาศัยโดยสิ้นเชิง แต่ทางเครือข่ายฯ อ้างว่ามีการเข้าอยู่อาศัยโดยเสดงภาพถ่ายต่าง ๆ เป็นหลักฐาน

เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรมสัญจร (ก.บ.ศ.) ที่เชียงรายมีมติเห็นชอบให้ สนง.ศาลยุติธรรม ขอใช้ที่ดินศูนย์วิจัยพืชสวนเชียงราย สร้างที่ทำการ ที่พักข้าราชการศาลอุทธรณ์ภาค 5 เเทนพื้นที่ริมดอยสุเทพที่ถูกคัดค้าน

พล.ท. สรรเสริญ กล่าวเมื่อวานนี้อีกด้วยว่า "รัฐบาลไม่ขัดข้องในการให้พื้นที่สร้างอาคารและที่พักอาศัยใหม่ และพร้อมจัดสรรงบประมาณสนับสนุนตามที่ขอมาอย่างสมเหตุสมผล โดยให้เป็นหน้าที่ของส่วนราชการดำเนินการตามขั้นตอนโดยเร็ว"



หลักฐานการคัดค้านก่อนหน้า

ภายหลังการให้ความเห็นของนายกรัฐมนตรีผ่านโฆษกรัฐบาล นายธีระศักดิ์ รูปสุวรรณ ประธานเครือข่ายทวงคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ กล่าวกับบีบีซีไทยว่า เครือข่ายทวงคืนผืนป่าดอยสุเทพ เริ่มคัดค้านหมู่บ้านป่าแหว่งมาตั้งแต่ปี 2558

เขาเล่าย้อนให้ฟังว่า ในเดือน มี.ค.ปีนั้น กลุ่มจักรยานเสือภูเขาที่เข้าไปขี่จักรยานในเส้นทางป่า แจ้งว่ามีการถางป่า จากนั้นทางเครือข่ายได้นำร่มขึ้นบินถ่ายภาพพื้นที่บริเวณเชิงดอยสุเทพและแจ้งไปที่อุทยานฯ ว่ามีการบุกรุก เจ้าหน้าที่อุทยานฯ จึงเข้ามาเก็บภาพถ่ายบันทึกหลักฐานไว้ในเดือน เม.ย.ปีเดียวกัน



FACEBOOK/TEERASAK RUPSUWANคำบรรยายภาพภาพเปรียบเทียบ ความเปลี่ยนแปลงของพื้นที่ป่าระหว่างปี 2558 และ 2561


"ตอนนั้นเราโพสต์ไปบนเฟซบุ๊กกลุ่มอนุรักษ์แม่ปิง หลังจากจากนั้นในปี 59 ประธานศาลอุทธรณ์ก็ออกมาชี้แจ้งว่าดำเนินการถูกต้องตามกฎหมาย"

ประธานเครือข่ายทวงคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ กล่าวว่า จนปลายเดือน ก.พ.ปีนี้ เห็นชัดว่าป่าเชิงดอนสุเทพถูกใช้พื้นที่เพิ่มขึ้น พร้อม ๆ กับกลุ่มอาคารที่ผุดขึ้นมา จึงทำให้เกิดการเคลื่อนไหวรวมตัวคัดค้าน


FACEBOOK/TEERASAK RUPSUWAN


นายธีระศักดิ์ย้ำจุดยืนของทางเครือข่ายฯ คือ ให้ยุติการใช้งานและรื้อ บ้านพักข้าราชการตุลาการศาลอุทธรณ์ภาค 5 บริเวณเชิงดอยสุเทพ จำนวน 45 หลัง และอาคารชุด 9 หลัง ตามที่คณะกรรมการปัญหาบ้านพักข้าราชการตุลาการฯ ชุดที่มีผู้ว่าราชการ จ.เชียงใหม่เป็นประธาน มีมติเมื่อวันที่ 6 พ.ค.ที่ผ่านมา แต่หลังจากผ่านมากว่า 3 เดือน กลับยังไม่มีความชัดเจนถึงเงื่อนเวลาการย้ายออก

ขอขอบคุณข้อมูล : FACEBOOK/TEERASAK RUPSUWAN 
(พร้อมคำบรรยายภาพภาพถ่ายพื้นที่เชิงดอยสุเทพบริเวณก่อสร้างบ้านพักตุลาการศาลที่เครือข่ายทวงคืนป่าดอยสุเทพอ้างว่าบันทึกเมื่อปี 2558)

วันจันทร์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2561

แหม 'ห่านอู' จะนั่งเบ๊นซ์ ขนาดนายหัวตรังยังบ่น นึกว่ายางราคา ๘๐ บาท ที่ไหนได้ นั่นมันสองโล ๘๐ บาท

แหม 'ห่านอู' จะนั่งเบ๊นซ์ ขนาดนายหัวตรังยังบ่น นึกว่ายางราคา ๘๐ บาท ที่ไหนได้ นั่นมันสองโล

หอกหัก โมกขศักดิ์เอ๊ย ยักยื้อไม่จบไม่สิ้น แทนที่จะเสริมส่ง กกต.ชุดใหม่ เขาตั้งหน้าทำงานให้ว่องไว ดันออกมาแตะเบรคเสียนั่น โฆษกห่านอูรีบแก้ เลือกตั้งวันที่ ๒๔ กุมภา แค่ทฤษฎี

จะมาเกี่ยงว่ารอโปรดเกล้าฯ ให้ระคายเคืองเบื้องยุคลบาททำห่ามไร ก็ไอ้ไทม์ไลน์ปลายกุมภาวันเข้าคูหาหย่อนบัตร เขาคำนวณเวลารอโปรดเกล้าฯ เอาไว้แล้ว ต้องหัดอ่าน ไทยอีนิวส์ เสียบ้างนะ >>> ที่นี่https://thaienews.blogspot.com/2018/08/blog-post_660.html

“แต่ในสถานการณ์ปัจจุบันก็จะต้องดูปัจจัยอื่นประกอบด้วย เช่น กฎหมายที่จะโปรดเกล้าฯ ลงมา ว่าจะมีการใช้ระยะเวลาเท่าไหร่” พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด อ้างว่าที่ กกต.พูดไว้วันก่อน “ตามทฤษฎีของคสช.และรัฐบาล ที่ว่าจะจัดการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นในวันอาทิตย์สุดท้ายของเดือนกุมภาพันธ์”

แถมพูดดักทางที่เขาไม่ได้ถาม “ทุกอย่างเป็นไปตามแผน ไม่ใช่ว่าการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นแล้ว รัฐบาลจะหยุดการทำงานทุกอย่าง แล้วไปเตรียมการเพื่อมอบนโยบายอย่างเดียวไม่ใช่” หมายความว่าจะครอบหัวรัฐบาลใหม่ที่มาจากการเลือกตั้งต่อไปไง


มิน่าถึงได้ควักกระเป๋าตังค์ประชาชน (งบประมาณผูกพัน ๕ ปี จากมิถุนา ๖๑ ถึงพฤษภา ๖๖) เอาไปซื้อรถเบ๊นซ์ใหม่เอี่ยม ๑๘ คัน ให้พวกรัฐบุรุษ รองนายกฯ และโฆษกฯ อย่างห่านอูนี่แหละ นั่งกันให้ตูดบาน เริ่มตั้งแต่ต้นเดือนกันยานี้

จากหลักฐานสำนักเลขานายกฯ เปิดประกวดราคาเช่ารถยนต์ประจำตำแหน่ง รัฐบุรุษกับรองนายกฯ ๕ คน ได้ขี่รุ่น เอส ๓๕๐ ดี ค่าเช่า ๙ หมื่นกว่าบาทต่อเดือนต่อคัน ระดับรองลงไปก็มีรุ่นเอ็กซ์คลูสีฟ อี ๓๕๐ อี กับ ซี๓๕๐ อี ค่าเช่าเดือนละ ๗ หมื่น ๖ พัน และ ๕ หมื่น ๓ พัน ต่อคัน ตามลำดับ

ของห่านอูได้นั่งเมอร์เซดีส รุ่นซีแอลเอ ๒๐๐ เออร์บัน หรูหราไม่แพ้กันแต่เครื่องเล็กลงไปหน่อย แค่ ๑,๕๙๕ ซีซี ค่าเช่าเดือนละ ๓ หมื่น ๕ พันบาทกว่าๆ ต่อคัน เป็นอันว่าจากนี้อีกอย่างน้อย ๑ ปี พวกห่านพวกห่ามจะขี่เบ๊นซ์จากเงินภาษีอากรราษฎรราว ๑๓ ล้านบาทกว่าๆ ต่อปี


นั่นเป็นส่วนเพิ่มที่รัฐบาล คสช. ขูดรีดเลือดจากปู (ทั้งไอ้และอี) นอกเหนือจากหนี้สินส่วนหนึ่งที่ต้องรับภาระต่อรัฐวิสาหกิจที่มีแม่ทัพนายกองเข้าไปนั่งเป็นบอร์ดกินทั้งเบี้ยประชุมและงบบันเทิง คนละเป็นแสนๆ ต่อเดือน

เมื่อสองสามวันก่อน โพสต์ทูเดย์ รายงานเรื่องความเสี่ยงทางการคลัง ที่สำนักงานเศรษฐกิจการคลังจัดทำสำหรับปีงบประมาณ ๒๕๖๐ ที่ผ่านมาว่า “รัฐวิสาหกิจมีการก่อหนี้คงค้างเพื่อดำเนินการโครงการโครงสร้างพื้นฐาน จำนวน ๙.๙๔ แสนล้านบาท
 
เป็นหนี้ที่รัฐบาลไม่ค้ำประกัน ๕.๕๒ แสนล้านบาท และเป็นหนี้ที่รัฐบาลค้ำประกัน ๔.๑๘ แสนล้านบาท ในจำนวนนี้รัฐบาลรับภาระ ๕.๖๗ หมื่นล้านบาท และไม่รับภาระ ๓.๖๑ แสนล้านบาท” โดยเป็นหนี้จากวิสาหกิจรับผิดชอบเรื่องเมกะโปรเจ็คของ คสช.

ได้แก่ การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) และองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เป็นต้น พวกนี้ “ประสบภาวะขาดทุนมาโดยตลอด

ดังนั้นภาระหนี้ที่เกิดจากการลงทุนของรัฐวิสาหกิจ จึงมีโอกาสที่จะเป็นภาระทางการคลังของรัฐบาลในอนาคตต่อไป หากรัฐวิสาหกิจไม่สามารถชำระคืนหนี้เงินกู้ได้”

คสช.อยู่มาสี่ปีกว่า ผลาญงบประมาณไปแล้วเป็นล้านล้านบาท ยังไม่มีทีท่าว่าจะหาเงินเข้าไปอุดรูโหว่คงคลังได้เมื่อไหร่ ผลการทุ่มเงินลงไปที่อีอีซี เมกะโปรเจ็คที่หวังจะใช้เชิดหน้าให้ คสช.อยู่กินกันต่ออีกสี่ซ้าห้าปี ก็ยังไม่มีรูปธรรมแย้มให้เห็น

มิหนำซ้ำชาวบ้านกำลังไส้แห้งกันถ้วนทั่ว ไหนรายการน้ำท่วมระลอกใหม่กำลังเริ่มอ่วม ทั้งที่น่านและเชียงราย สองวันก่อน ไพศาล พืชมงคล คนเก่าแก่ของ คสช. แท้ๆ มีบ่น การทำมาหากินคนปักษ์ใต้ใกล้จะเหี่ยวตายกันแล้ว

วานนี้นายหัวคนใต้ ปชป.ตัวพ่อ เริ่มครวญบ้าง “ครั้งหนึ่งภาคใต้เคยเป็นภาคที่มีความมั่งคั่งมากที่สุด แต่ในวันนี้กลายเป็นภาคที่ทรุดมากที่สุด” ชวน หลีกภัย ไปปาฐกถาในงานเปิดโรงแรมใหม่ที่เมืองคอนฯ เล่าให้ฟังว่าไปเยี่ยมชาวสวนยางสตูล
 
“ชาวสวนมาบอกผมว่ายางที่นี่มีราคา ๘๐ บาท ผมเองตกใจว่าที่นี่ขึ้นสูงได้อย่างไร สุดท้ายได้รับคำตอบ ๒ ก.ก.ราคา ๘๐ บาท” แน่ะ ทั่นยังอุตส่าห์ใส่อารมณ์ขัน

นายหัวตรังยังให้เบาะแส มีแต่สองจังหวัดเล็กๆ ยังไม่ตายหยังเขียดเหมือนที่อื่นๆ คือชุมพรและระนอง ที่หัวหน้า คสช. ขวัญใจสลิ่มกรุงและ กปปส.ใต้ กำลังจะเดินสายไปเยี่ยม

“ผมเองก็เตรียมข้อมูลไปไว้รายงานให้ รมว.เกษตรได้รับทราบ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการส่งเสริมการท่องเที่ยว”


ส่งการท่องเที่ยวช่วงนี้คงไม่ค่อยไหว หลังจากเหตุเรือเฟอรี่อับปาง นักท่องเที่ยวจีนตายระนาวที่ภูเก็ต แล้วพากันยกเลิกจองทัวร์เกือบเกลี้ยง กว่าจะฟื้นคืนได้น่าจะอีกพักใหญ่

แต่ก็ดีแล้วละที่นายหัวต่อสายผูกมิตรไว้กับ คสช. ซึ่งดูท่าเตรียมการอยู่ต่ออีกรอบ ยังไม่รู้จะออกมารูปไหน เวลานี้พลังประชารัฐยังเอาแน่ไม่ได้ ต่อไปใช้พลัง ปชป. เสียบ คงสมกันดั่งกิ่งทองใบหยก

เห็นว่าไอเดียเกษตรกรรมของอดีตนายกฯ ชวนนี่ไม่ธรรมดา ชวนชาวบ้านปลูกจำปาดะแทนยางงี้ ปลูกสะตอกับ

ลูกเนียงพันธุ์ตรังงั้น พืชเศรษฐกิจของชาวใต้ เวลาตกอับมากๆ ต้มกินประทังไปวันๆ ดีกว่ามีแต่น้ำยาง

ขอขอบคุณข้อมูล ครับ