รายงานพิเศษ: ระเบิดแก่งในแม่น้ำโขง ไทยจะเสียมากกว่าได้?
-
14 กุมภาพันธ์ 2017
Image copyright
Wasawat Lukharang/BBC Thai
คำบรรยายภาพ
แม่น้ำโขงเป็นแม่น้ำนานาชาติของภูมิภาคนี้ที่ไหลผ่านจีน ลาว ไทย เมียนมา
กัมพูชา จนถึงดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำในเวียดนาม
หลายประเทศในเอเชียคาดหวังจะพัฒนาการเดินทางข้ามแดนผ่านแม่น้ำโขง
ในส่วนของไทย โครงการขยายร่องน้ำโขง ที่ถูกระงับไปในสมัยของ รัฐบาลทักษิณ
ชินวัตร กำลังฟื้นชีวิตอีกครั้ง หลัง ครม. ประยุทธ์ จันทร์โอชา
มีมติเห็นชอบ เมื่อวันที่ 27 ธ.ค.2559
ให้พิจารณาแผนพัฒนาการเดินเรือระหว่างประเทศ ในแม่น้ำล้านช้าง-แม่น้ำโขง
ซึ่งเป็นเส้นทางเชื่อมต่อจากจีนมาถึงไทย และเชื่อมต่อไปยังประเทศลาว
มติ
ครม.ดังกล่าวทำให้เกิดเสียงคัดค้านในหลายภาคส่วน
ซึ่งเกรงว่าการปรับปรุงร่องน้ำ อาจนำไปสู่
การระเบิดเกาะแก่งและดอนทรายในแม่น้ำโขง
ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตและทรัพยากรธรรมชาติ ขณะที่ฝ่ายรัฐบาล
นำโดยกรมเจ้าท่าและผู้ว่าการจังหวัดเชียงรายชี้แจงว่า มติ ครม.นี้
ไม่มีข้อตกลงใด ที่เกี่ยวกับการระเบิดเกาะแก่งแม่น้ำโขงในไทย
แต่จะเป็นการสำรวจร่องน้ำในแม่น้ำโขงจาก
จ.เชียงรายถึงแขวงหลวงพระบางในประเทศลาว คิดเป็นระยะทางราว 374 กิโลเมตร
ส่วนนักวิชาการในภาคเหนือบางส่วนเตือนว่า แผนพัฒนาทางเดินเรือ ในแม่น้ำโขง
อาจเปิดทางให้จีนขยายอิทธิพลในภูมิภาคได้
'หินโสโครก' หรือ 'องค์ประกอบระบบนิเวศ'
คอนผีหลวง
หรือ คอนผีหลง ตามคำเรียกของคนในอำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย
อยู่ติดกับชายแดนไทย-ลาว เป็นกลุ่มเกาะแก่งในแม่น้ำโขง
ซึ่งเป็นจุดหนึ่งที่รองรับเรือจีน ที่ออกจากมณฑลยูนนานมายังไทย
และเป็นหนึ่งในพื้นที่ซึ่งถูกรวมไว้ว่า
จะต้องถูกปรับปรุงตามแผนพัฒนาการเดินเรือระหว่างประเทศ ตั้งแต่สมัย
สมัยรัฐบาล ทักษิณ ชินวัตร และปิดโครงการระยะแรกไปในปี 2548
แต่รัฐบาลปัจจุบันรื้อฟื้นขึ้นมาสำรวจใหม่
นายสมเกียรติ
เขื่อนเชียงสา ผู้ประสานงานสมาคมแม่น้ำเพื่อชีวิต
ระบุว่าโครงการปรับปรุงร่องน้ำโขงในระยะแรกเกิดขึ้นช่วงปี 2543-2548
โดยได้รับงบประมาณสนับสนุนจากรัฐบาลจีน
และมีการระเบิดเกาะแก่งในแม่น้ำโขงไปแล้ว 10 จุดบริเวณชายแดนจีน-เมียนมา
และเมียนมา-ลาว เหลือแต่ คอนผีหลง ซึ่งยังไม่ถูกระเบิด
เพราะประชาชนในพื้นที่ไม่เห็นด้วย
Image copyright
Wasawat Lukharang/BBC Thai
คำบรรยายภาพ
ผู้คัดค้านแผนพัฒนาทางเดินเรือในแม่น้ำโขงรวมตัวกันที่ผาถ่าน อ.เชียงของ
จ.เชียงราย เรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกมติ ครม.วันที่ 27 ธ.ค.
ผู้ประสานงานสมาคมแม่น้ำเพื่อชีวิต ระบุว่า
ประมาณต้นเดือน ธ.ค.2559
มีตัวแทนจากบริษัทด้านวิศวกรรมของจีนเข้าพบเครือข่ายประชาชนที่คัดค้านการระเบิดเกาะแก่งแม่น้ำโขง
โดยให้เหตุผลว่าต้องการรับฟังความคิดเห็นของคนในพื้นที่
และหลังจากนั้นไม่นาน ครม.ของไทยก็มีมติในวันที่ 27 ธ.ค.
เห็นชอบการสำรวจร่องน้ำตามแผนพัฒนาการเดินเรือแม่น้ำล้านช้าง
หรือแม่น้ำโขงตอนบนซึ่งอยู่ในมณฑลยูนนานของจีน
จนถึงแม่น้ำโขงที่ไหลผ่านไทยและลาว
นายสมเกียรติตั้งข้อสังเกตว่าคณะสำรวจของรัฐบาลจีนได้เผยแพร่รายงานข้อปฏิบัติในการเดินเรือและสิทธิของเรือจีนที่จะแล่นผ่านแม่น้ำไทย
ซึ่งระบุว่าเจ้าหน้าที่หรือชาวบ้านฝั่งไทยไม่มีสิทธิขึ้นไปตรวจสอบ
ทั้งยังมีการนิยามเกาะแก่งในแม่น้ำโขงว่าเป็น "หินโสโครก"
แต่ชาวบ้านในพื้นที่มองว่าเกาะแก่งต่างๆ คือความซับซ้อนทางภูมิศาสตร์
และเป็นแหล่งทรัพยากรทางธรรมชาติที่สำคัญ
เป็นทั้งแหล่งหาปลาและพื้นที่วางไข่ของนกสายพันธุ์ต่างๆ
ขณะที่การปรับปรุงร่องน้ำอาจส่งผลให้กระแสน้ำในแม่น้ำโขงเปลี่ยนแปลงจนกัดเซาะชายฝั่ง
ซึ่งจะส่งผลเรื่องเขตแดนระหว่างไทย-ลาวด้วย
"คนในพื้นที่อยากให้รัฐบาลทบทวนมติ
ครม.วันที่ 27 ธันวาคม
และขอให้ตั้งคณะกรรมการกลั่นกรองเรื่องเสียก่อนว่ามีความสมเหตุสมผลที่จะดำเนินการหรือไม่
เพราะรัฐธรรมนูญปี 2540 ระบุว่าเรื่องที่จะส่งผลกระทบใหญ่ๆ
หรือส่งผลต่อความเปลี่ยนแปลง
ของประเทศในด้านความมั่นคงจะต้องผ่านการพิจารณาของรัฐสภา
ไม่ใช่แค่กลุ่มคนกลุ่มเดียว"
เหตุที่ต้องอ้างอิง รธน ปี 2540
ที่ถูกฉีกทิ้งไปในการรัฐประหารเมื่อ 2549 เพราะ รธน.2557
กับฉบับที่ผ่านประชามติไม่มีการระบุถึงสิทธิในการจัดการทรัพยากรของชุมชน
จึงพยายามเรียกร้องให้กลับไปยึดตาม รธน. 2540
Image copyright
Wasawat Lukharang/BBC Thai
คำบรรยายภาพ
เครือข่ายศิลปินวาดรูปเกาะแก่งในแม่น้ำโขงเพื่อนำไปร่วมแสดงในกิจกรรมคัดค้านมติ
ครม.เพื่อสำรวจร่องแม่น้ำโขง ซึ่งจัดขึ้นที่ อ.เชียงของเมื่อวันที่ 5
ก.พ.ที่ผ่านมา
"ขยายการลงทุน - สิทธิสภาพนอกอาณาเขต?"
กลุ่มนักวิชาการภาคเหนือเป็นอีกหนึ่งเครือข่ายที่สะท้อนมุมมองต่อแผนพัฒนาการเดินเรือระหว่างประเทศ
โดย ดร.ชยันต์ วรรธนะภูติ แห่ง
ศูนย์ภูมิภาคด้านสังคมศาสตร์และการพัฒนาอย่างยั่งยืน (RCSD)
มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ระบุว่า การระเบิดแก่งไม่ใช่กระทบแค่ไทย
แต่กระทบถึงลาว กัมพูชา พม่า เวียดนาม
เพราะทรัพยากรในแม่น้ำโขงเป็นทรัพยากรส่วนรวม หรือ common space
ซึ่งประชากรในลุ่มน้ำโขงมีสิทธิในการเป็นเจ้าของและมีส่วนร่วมใช้ตั้งแต่ก่อนที่จะมีประเทศหรือการสถาปนารัฐชาติ
และประชากรในกัมพูชาและเวียดนามอาศัยปลาแม่น้ำโขงเป็นแหล่งโปรตีนที่สำคัญ
นอกจากนี้
ดร.ชยันต์ ได้ยกตัวอย่างกรณีภาคเอกชนของจีนขยายการลงทุนมายังประเทศต่างๆ
ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งมีทั้งการปลูกยางพารา เปิดคาสิโน
ลงทุนเพื่อพัฒนาการขนส่ง เช่าสัมปทานที่ดินในการปลูกผลผลิตทางการเกษตร
ซึ่งเขาเรียกว่า "การขยายอิทธิพลของจีน"
พร้อมยกตัวอย่างการเช่าที่ดินระยะยาว 99 ปีในลาว
ที่ทำให้จีนได้อธิปไตยเหนือ ดินแดนดังกล่าว เป็นระยะเวลานาน
เทียบได้กับสิทธิสภาพนอกอาณาเขตในยุคอาณานิคม
"ประชาชนจะต้องมีส่วนร่วมในการตัดสินใจเรื่องการใช้แม่น้ำโขง
ถ้าคนไทยไม่ได้สะท้อนความเห็น ก็ไม่อาจเรียกได้ว่าเป็นการพัฒนาแบบครอบคลุม
เพราะถ้าเลือกพัฒนาแต่ทำลายทรัพยากรธรรมชาติ ประชาชนจะอยู่ได้อย่างไร"
Image copyright
Wasawat Lukharang/BBC Thai
คำบรรยายภาพ
กลุ่มนักวิชาการร่วมเสวนาเรื่อง
"ทรัพยากรกับความมั่นคงของชุมชนท้องถิ่นและประเทศลุ่มน้ำโขง"
ที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 3 ก.พ.
ขณะที่ ผศ.ดร.รณิดา ปิงเมือง สำนักวิชาสังคมศาสตร์
มหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงราย ผู้เคยทำวิจัยและสำรวจความคิดเห็นประชาชน
ร่วมกับสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) เมื่อปี
2546 กล่าวกับบีบีซีไทยว่า ประชาชนส่วนใหญ่ในพื้นที่ 3 อำเภอ จ.เชียงราย
ได้แก่ อ.เวียงแก่น อ.เชียงของ และ อ.เชียงแสน
ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายในการสำรวจความเห็นในครั้งนั้น
ไม่เห็นด้วยกับโครงการปรับปรุงร่องแม่น้ำโขงและแผนพัฒนาการเดินเรือฯ
"ผลสรุปของรัฐบาลยุคนั้น
ระบุว่าถ้ามีการระเบิดเกาะแก่งเพื่อปรับปรุงแม่น้ำโขงบริเวณไทย-ลาวจะทำให้เกิดผลกระทบต่อเรื่องเขตแดน
ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่ทางด้านความมั่นคง ทำให้โครงการดังกล่าวถูกชะลอไป
และตอนนั้นมีหน่วยงานเอกชนจีนที่เป็นผู้ศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (EIA)
เอาไว้แล้ว แต่เป็นการศึกษาที่ค่อนข้างรวบรัด ไม่ครบ 1 ปี
ถ้าหากรัฐบาลชุดนี้จะพิจารณาโครงการใหม่ก็ควรต้องศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมอีกครั้งหนึ่งให้รอบด้านกว่าเดิม"
Image copyright
Wasawat Lukharang/BBC Thai
คำบรรยายภาพ
ดอนทรายในแม่น้ำโขงซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มเกาะแก่งคอนผีหลง เป็นแหล่งหาปลาและที่วางไข่ของนกหลายชนิด
"ปรับปรุงร่องแม่น้ำโขง-ใครได้ประโยชน์?"
แม้จะเผชิญกับเสียงคัดค้านจากประชาชนส่วนหนึ่งในพื้นที่
แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่ากระทรวงคมนาคมของไทยได้ร่วมลงนามกับรัฐบาลลาว เมียนมา
และจีน
ยอมรับความตกลงว่าด้วยการเดินเรือพาณิชย์ในแม่น้ำล้านช้าง-แม่โขงไปแล้ว
ตั้งแต่วันที่ 20 เม.ย.2543
โดยมีวัตถุประสงค์ให้การเดินเรือในแม่น้ำล้านช้าง-แม่น้ำโขง "เป็นไปโดยเสรี
สะดวก ปลอดภัยและมีระเบียบ
เพื่อประโยชน์ในการส่งเสริมการค้าขายระหว่างกัน"
ซึ่งเป็นหนึ่งในเหตุผลที่รัฐบาลชุดปัจจุบันนำมาสนับสนุนการสำรวจร่องน้ำและแผนพัฒนาการเดินเรือในแม่น้ำโขงครั้งใหม่
นายวิรุณ
คำภิโล ประธานหอการค้ากลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 (เชียงราย พะเยา แพร่
น่าน) เปิดเผยกับบีบีซีไทยว่า
ที่ผ่านมาผู้ประกอบธุรกิจการค้าบริเวณชายแดนไทย-จีน
"มีความคืบหน้าอย่างมาก" ในแง่ของความร่วมมือด้านต่างๆ
รวมถึงการเดินเรือท่องเที่ยวและการขนส่งสินค้าระหว่างไทยและจีน
แต่หากพูดถึงการแข่งขันทางการค้า
พบว่ายังมีฝ่ายได้เปรียบและเสียเปรียบที่แตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด
Image copyright
Wasawat Lukharang/BBC Thai
คำบรรยายภาพ
ท่าเรือพาณิชย์เชียงแสน 2 จ.เชียงราย เปิดทำการเมื่อปี
2555 เพื่ออำนวยความสะดวกแก่การท่องเที่ยว การค้าและการลงทุน
แต่บรรยากาศท่าเรือในหลังช่วงตรุษจีนที่ผ่านมา เป็นไปอย่างเงียบเหงา
ประธานหอการค้ากลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 กล่าวว่า
เวลาที่จีนต้องการล่องเรือบรรทุกสินค้าเข้ามายังฝั่งไทยหรือลาว
จะมีการปล่อยน้ำจากเขื่อนในจีน ซึ่งสร้างในแม่น้ำโขงตอนบน
แม้บางครั้งจะมีการประสานงานกับหน่วยงานราชการไทย
เพื่อให้แจ้งต่อประชาชนและภาคส่วนอื่นๆ ในพื้นที่
แต่หลายครั้งก็ไม่มีการแจ้งเตือน
และหากเรือไทยจะขึ้นไปให้ถึงจีนจะต้องขอให้มีการปล่อยน้ำจากเขื่อนจีนจึงจะไปได้
"ถ้ามีการประสานงานตามเวลาที่กำหนดให้ชัดเจน
มีการระบุตารางเวลาที่จะปล่อยน้ำหรือกั้นน้ำในเขื่อนจีน
ก็จะช่วยเรื่องธุรกิจการค้าระหว่างประเทศได้มากขึ้น
ไม่ใช่เรือจะมาถึงเชียงแสน แล้วค่อยแจ้ง"
เมื่อบีบีซีไทยสอบถามว่าหากมีความจำเป็นต้องระเบิดเกาะแก่งในแม่น้ำโขงเพื่อปรับปรุงร่องน้ำให้เรือขนาดใหญ่หนัก
500 ตันแล่นผ่านแม่น้ำโขงตามความตกลงระหว่างรัฐบาลเมื่อปี 2543
จะส่งผลดีหรือผลเสียต่อธุรกิจการค้าชายแดน นายวิรุณระบุว่า
การระเบิดเกาะแก่งจะส่งผลกระทบต่อทั้งไทยและลาว
เพราะอาจทำให้ทั้งสองฝ่ายต้องสูญเสียชายฝั่งและมีปัญหาเรื่องความงามของเกาะแก่งที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ
"ที่ผ่านมามีการนำนักท่องเที่ยวล่องเรือชมเกาะแก่งแม่น้ำโขง
ซึ่งเป็นการใช้เรือขนาดเล็กที่เหมาะสมกับสภาพภูมิศาสตร์
ไม่ได้ใช้เรือขนาดใหญ่ที่ไม่เหมาะกับพื้นที่
คนเชียงรายส่วนใหญ่จึงไม่ค่อยสบายใจที่จะมีการพิจารณาแผนระเบิดเกาะแก่งในแม่น้ำโขง
เพราะมีผลกระทบ
การที่ภาคเอกชนหรือภาคประชาสังคมออกมาเคลื่อนไหวในเรื่องนี้จึงเป็นเรื่องเข้าใจได้"
ข้อมูลจาก : BBC
edit : suriya mardeegun