วันเสาร์ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2562

“การเรียกร้องค่าเสียหายเหมืองทองคำคืบหน้า”

..






“การเรียกร้องค่าเสียหายเหมืองทองคำคืบหน้า”

ผู้ที่อ่านเพจนี้ย่อมทราบว่า ผมเคยโพสต์ความเห็นต่อต้านการทำเหมืองทองคำในไทยหลายครั้ง

สายแร่ทองในไทยมีลักษณะตื้น ที่ครอบคลุมหน้าดินเป็นบริเวณพื้นที่กว้างมาก ผิดกับเหมืองในหลายประเทศ เช่น ออสเตรเลีย ที่อยู่ลึก หน้าเหมืองแคบนิดเดียว

สภาพเช่นนี้ ถึงแม้เหมืองจะพยายามป้องกันอย่างไรก็ตาม การเปิดหน้าดินกว้างย่อมมีสารปนเปื้อนหลุดออกมาได้ ไม่ว่าโดยสายลม หรือสายฝน

แต่ปัญหาใหญ่สุดของไทยก็คือสถานที่ตั้งของเหมือง

เนื่องจากเหมืองทองคำมีการใช้สารเคมีอันตรายหลายตัว โดยเฉพาะสารไซยาไนด์ ซึ่งเป็นยาพิษตรงๆ การที่เหมืองในประเทศอื่นหลบอยู่ตามภูเขาลึก หรืออยู่ในทะเลทราย ก็อาจจะมีความเสี่ยงต่ำ

แต่เหมืองชาตรีนั้น ตั้งอยู่กลางพื้นที่เกษตรกรรม และมีชุมชนล้อมรอบจำนวนมาก จึงมีความเสี่ยงการเจ็บป่วย และจะกระทบภาพพจน์แหล่งอาหารปลอดภัยของไทยในที่สุด

ดังนั้น การที่หัวหน้า คสช. ใช้อำนาจ ม. 44 ระงับเหมืองดังกล่าว จึงเป็นเรื่องที่เหมาะสมแล้ว ถึงแม้บริษัทคิงส์เกทจะฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายต่อคณะอนุญาโตตุลาการก็ตาม

โอกาสที่ไทยจะชนะคดีก็มีอยู่มาก โดยรัฐบาลจะต้องประสานงานทุกกระทรวงเพื่อรวบรวมหลักฐานการดำเนินงานโดยบริษัทที่เป็นอันตราย ไม่ว่าโดยเจตนา หรือโดยไม่มีเจตนา

แต่ล่าสุดมีนักกฎหมายวิเคราะห์ว่า การที่ กกต. และผู้ตรวจการแผ่นดินวินิจฉัยว่า พล.อ.ประยุทธ์ในฐานะหัวหน้า คสช. ไม่เป็น ‘เจ้าหน้าที่รัฐ’ นั้น อาจจะเป็นการเปิดประเด็นที่ทำให้ไทยเสียเปรียบ

พูดง่ายๆ คู่ต่อสู้อาจจะยกว่า การที่หัวหน้า คสช. ไม่เป็นเจ้าหน้าที่รัฐนั้น อาจจะเข้าข่ายเป็นการรอนสิทธิของบริษัทคิงส์เกทที่มิชอบ

อันที่จริง ก่อนสมัครเป็นแคนดิเดท ถ้าหากพล.อ.ประยุทธ์จะได้ลาออกจากตำแหน่งหัวหน้า คสช. ปล่อยให้คนอื่นหรือรุ่นน้องเป็นแทน ก็จะไม่มีปัญหานี้

นักกฎหมายวิจารณ์ต่อไปอีกด้วยว่า ถ้าหากไทยแพ้คดี สมมุติต้องจ่ายบริษัทคิงส์เกท 3 หมื่นล้านบาท ถ้าหากพล.อ.ประยุทธ์มีฐานะเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ รัฐก็ต้องรับค่าเสียหายนี้ไว้เอง

แต่การที่พล.อ.ประยุทธ์ไม่มีฐานะเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ รัฐก็อาจจะต้องเรียกให้พล.อ.ประยุทธ์ต้องรับผิดชอบตรงนี้เป็นการส่วนตัว

ล่าสุด เมื่อวันที่ 18 มี.ค. 2562 บริษัทคิงส์เกทได้แถลงข่าวว่า ได้บรรลุข้อตกลงกับบริษัทประกันภัยแล้ว เป็นเงิน 1,850 ล้านบาท ซึ่งจะใช้ชดเชยความเสียหายบางส่วนที่บริษัทต้องหาทางเรียกจากรัฐบาลไทย (ดูรูป)

ทั้งนี้ ทั้งบริษัทคิงส์เกทกับบริษัทประกันภัย จะร่วมกันรับภาระค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีในอนุญาโตตุลาการ และเมื่อเรียกเงินได้จากรัฐบาลไทย บริษัทคิงส์เกทก็จะแบ่งให้บริษัทประกันภัยบางส่วน

ดังนั้น เหตุการณ์ล่าสุดแสดงถึงความเสี่ยงจากการตีความสถานะของหัวหน้า คสช. อย่างเป็นรูปธรรมชัดเจนมากขึ้นแล้ว

ผมเองไม่ใช่นักกฎหมาย แต่เห็นเป็นเรื่องสำคัญจึงนำมาเผยแพร่ เพื่อผู้อ่านที่มีความรู้จะได้เสนอแนะเพื่อช่วยรัฐป้องกันความเสี่ยง

อนึ่ง สำหรับท่านผู้อ่านที่เห็นว่า พล.อ.ประยุทธ์มีความเสี่ยงจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าเสียหายเอง แล้วคิดว่าค่าเสียหายนี้จะไม่เป็นภาระของประชาชน นั้น

ขอเรียนว่า ถ้าแพ้คดี รัฐบาลไทยจะต้องเป็นผู้จ่ายค่าเสียหายไปก่อน ส่วนจะเรียกเอาจากพล.อ.ประยุทธ์นั้น ก็คงได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ที่เหลือก็จะเป็นภาระการคลังของประเทศอยู่ดี

ขอขอบคุณข้อมูล : 


Thirachai Phuvanatnaranubala - - ธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล

วันศุกร์ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2562

แม่น้ำสยามบนแผนที่ฝรั่งเศส

แม่น้ำสยามบนแผนที่ฝรั่งเศส


 
แผนที่ฝรั่งเศส จาก Librairie Armand Colin แห่งนครปารีส ได้แสดงภูมิสัณฐานรัฐอาณานิคมอินโดจีน (France Indochine) และอาณาจักรสยามได้อย่างน่าประหลาดใจ โดยเฉพาะแม่น้ำโขงและลำน้ำสาขาอย่างน้ำงึม และเซบั้งไฟ หรือทะเลสาบเขมร (โตนเลสาบ) ซึ่งแสดงที่ลุ่มต่ำน้ำท่วมถึงในเขตข้างเคียง
กระนั้น สิ่งที่น่าฉงนที่สุด ได้แก่ การขานชื่อแม่น้ำสายหลักในแผ่นดินสยาม ซึ่งไม่ปรากฏใช้คำว่า 'แม่น้ำเจ้าพระยา' แต่ระบุแทนด้วยคำว่า 'แม่น้ำ' หรือ 'Me Nam' ซึ่งเป็นคำเรียกแนวแม่น้ำเจ้าพระยาตามคนสยามโบราณ
พร้อมกันนั้น แนวแม่น้ำที่กล่าวมายังทอดตัวเหยียดยาวตั้งแต่ลำแม่น้ำเจ้าพระยา (ในปัจจุบัน) ตรงปลายอ่าวไทยไปจนถึงต้นแม่น้ำน่านเขตเขาหลวงพระบางติดชายแดนลาว ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่านักทำแผนที่ฝรั่งเศสได้ยึดเอาแม่น้ำน่านเป็นแกนกลางในการสำรวจโดยวาดแควสายรอง เช่น แม่น้ำยม หรือแควสายหลัก เช่น แม่น้ำปิง เป็นเพียงลำน้ำที่ไหลสบมายังตัวแม่น้ำ หากแต่มิได้เป็นสายเดียวหรือเป็นส่วนควบเดียวกันกับแม่น้ำเจ้าพระยา (เหมือนดั่งแม่น้ำน่าน) ซึ่งทั้งนี้คงเป็นเพราะสนามสำรวจลุ่มน้ำน่าน อาจอยู่ใกล้เส้นทางรถไฟสายเหนือหรือแนวอาณานิคมฝรั่งเศสมากที่สุด พร้อมมีการเชื่อมโยงการค้าและยุทธศาสตร์กับลุ่มน้ำโขง โดยเฉพาะ เมืองน่าน เมืองตรอน เมืองพิชัย และเมืองพิษณุโลก เป็นอาทิ
นอกจากนั้น ช่างวาดแผนที่ยังได้ระบุนามลำน้ำต่างๆ ในสยาม โดยใช้คำนำหน้าแตกต่างกันออกไป เช่น เรียก 'แม่น้ำมูล' ว่า 'น้ำมูล/Nam Moun' แต่เรียก 'แม่น้ำชี' ว่า 'ลำน้ำชี/Lam Nam Si' เรียก 'แม่น้ำป่าสัก' ว่า 'น้ำสัก/Nam Sak' เรียก 'แม่น้ำแม่กลอง' ว่า 'แม่กลอง/Me Klang' และเรียก 'แม่น้ำท่าจีน' ว่า 'Tachin R.' ซึ่งถือเป็นการกำหนดนามที่อาจผันแปรตามนิรุกติศาสตร์ท้องถิ่นหรือความรับรู้ของช่างสำรวจเกี่ยวกับความโดดเด่นหรือรูปสัณฐานของลำน้ำแต่ละสาย
สำหรับรายละเอียดต้นฉบับและที่มาของชุดแผนที่ โปรดดู
INDO-CHINE Française et MADAGASCAR collection de cartes murales .
Cambodge, Cochinchine,Thaïlande,Vietnam, Laos, Birmanie, Tonkin, Hanoï,Mékong, Bangkok...
Librairie Armand Colin, Paris 103 Boulevard St Michel par Paul Vidal De La Blache professeur à la faculté des Lettres de l'Université de Paris.

ขอขอบคุณข้อมูล : ดุลยภาค ปรีชารัชช

วันศุกร์ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2562

ประเทศไทยสงบแบบไหนภายใต้คสช.

เลือกความสงบจบที่ลุงตู่ ? 


ประเทศไทยสงบแบบไหนภายใต้คสช.
.
ช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้ง ผู้สมัคร ส.ส.กทม. พลังประชารัฐ ได้ปรับเปลี่ยนป้ายหาเสียงของตัวเอง ที่เป็นภาพถ่ายคู่กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ด้วยการแปะสติกเกอร์ข้อความ “เลือกความสงบ จบที่ลุงตู่”
.
โดยทีมประชาสัมพันธ์พรรคพลังประชารัฐ ระบุว่า เพื่อตอกย้ำนโยบายความสงบที่นำเสนอต่อประชาชน เพราะเชื่อว่า หากประเทศสงบนโยบายอื่นๆก็จะสามารถขับเคลื่อนไปได้ โดยเฉพาะเศรษฐกิจ และบุคคลที่สามารถทำได้ในช่วงเปลี่ยนผ่านในขณะนี้ คือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคสช. ควบตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
.
อย่างไรก็ดี ภายใต้สโลแกนนี้ ทำให้เกิดคำถามต่อว่า เกือบห้าปีที่ผ่านมา ประเทศไทยอยู่ใน 'ความสงบ' แบบไหนภายใต้คสช. มันจะเป็นความสงบที่ผู้คนอยู่รวมกันอย่างสันติสุข หรือเป็นความสงบที่เกิดจากการกดปราบผู้เห็นต่างหรือผู้ที่ต้องการประท้วงการบริหารงานของคสช.





หลังรัฐประหาร คสช. ออกคำสั่งเรียกบุคคลมารายงานตัวใน 'ค่ายทหาร' อย่างน้อย 34 ฉบับ.
หลังการยึดอำนาจของคสช. เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 บรรยากาศทางการเมืองที่มีความขัดแย้งสูงและมีการชุมนุมขนาดใหญ่ต่อเนื่องยาวนานดูเหมือนจะเงียงสงบลงภายใต้การประกาศกฎอัยการศึกและการออกคำสั่งเรียกบุคคลไม่ว่าจะเป็นนักการเมือง นักเคลื่อนไหว แกนนำ สื่อ เข้าไปพบใน 'ค่ายทหาร'
.
นับตั้งแต่วันที่ 22 พฤษภาคม จนถึงต้นเดือนมิถุนายน 2557 คสช. ออกประกาศคำสั่งเรื่องให้บุคคลมารายงานตัวผ่านทางโทรทัศน์ อย่างน้อย 34 ฉบับ โดยให้ไปรายงานตัวที่หอประชุมกองทัพบกเทเวศน์ หลังจากเข้ารายงานตัว บุคคลที่ถูกควบคุมตัวต่อจะถูกนำตัวขึ้นรถตู้ที่ปิดทึบไปยังสถานที่ควบคุมตัวต่างๆ กัน เช่น ค่ายทหารในจังหวัดราชบุรีหรืออยุธยา เป็นต้น



หลังการยึดอำนาจ คสช. ใช้วิธีการควบคุมการเคลื่อนไหวของประชาชนในหลายรูปแบบ เช่น การไปหาที่บ้านโดยอ้างว่ามาเยี่ยม หรือการเรียกไปพบนอกสถานที่ นอกจากนี้ ยังมีไม้แข็งคือ เข้าควบคุมตัวบุคคลในที่พักอาศัย ที่ผ่านมา นับจนถึงวันที่ 21 มีนาคม 2562 มีคนถูกเจ้าหน้าที่ไปหาที่บ้าน เรียกไปพบ หรือ ควบคุมตัว อย่างน้อย 1,349 คน



หลังการรัฐประหาร คสช. ใช้พระราชบัญญัติกฎอัยการศึก ซึ่งประกาศใช้ทั่วราชอาณาจักรตั้งแต่วันที่ 20 พฤษภาคม 2557 ให้ทหารมีอำนาจจับกุมบุคคลโดยไม่ต้องมีหมายศาล สามารถเข้าจับกุมได้แม้ในที่รโหฐาน ในเวลาใดก็ได้โดยไม่ต้องมีหมายค้น สามารถควบคุมตัวบุคคลได้ 7 วัน โดยไม่ต้องมีเหตุผล ไม่ต้องเปิดเผยสถานที่ควบคุมตัว ไม่มีสิทธิติดต่อญาติ ไม่มีสิทธิพบทนายความ

ต่อมา แม้ว่ามีการยกเลิกกฎอัยการศึก แต่ก็มีคำสั่งหวัหน้าคสช. ฉบบั ที่ 3/2558 ที่ให้อำนาจเจ้าหน้าที่ทหารในลักษณะเดียวกันกับกฎอัยการศึก โดยให้ทหารมีอำนาจเรียกบุคคลมาสอบถาม จับกุม เข้าร่วมการสอบสวน ค้นเคหสถาน ยึดทรัพย์สิน และอ านาจพิเศษที่มี คือ สามารถควบคุมตัวบุคคลไว้ได้ไม่เกิน 7 วัน ในสถานที่ปิดลับโดยไม่ต้องแจ้งข้อกล่าวหา



นับตั้งแต่หลังการรัฐประหารเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 เป็นต้นมา สถานการณ์สิทธิมนุษยชนโดยเฉพาะเสรีภาพในการแสดงออกมีแนวโน้มย่ำแย่ เนื่องจากคสช. พยายามควบคุมการแสดงออกของประชาชนในหลายรูปแบบ ได้แก่ การห้ามชุมนุมทางการเมือง และลงโทษผู้ที่ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขของคสช
.
ที่ผ่านมา คสช. ออกประกาจำกัดเสรีภาพในการแสดงออกอย่างน้อย 8 ฉบับ ได้แก่ ประกาศ คสช. ที่ 7/2557 เรื่องห้ามชุมนุมและมั่วสุมทางการเมืองตั้งแต่ 5 คน ขึ้นไป นอกจากนี้ยังออกประกาศอีกอย่างน้อย 5 ฉบับ เพื่อกำหนดความผิดสำหรับคนที่ไม่ยอมไปรายงานตัวกับคสช. หรือไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขในการปล่อยตัว ส่วนประกาศอีก 2 ฉบับสุดท้าย เป็นเรื่องการกำหนดความผิดสำหรับผู้ที่ 'สนับสนุน' การชุมนุมทางการเมือง รวมถึงห้ามพรรคการเมืองประชุมหรือทำกิจกรรมทางการเมือง
.
นอกจากนี้ คสช. ยังมีคำสั่งหัวหน้าคสช. ที่ 3/2558 ในข้อที่ 12 ที่ห้ามประชาชนชุมนุมหรือมั่วสุมทางการเมืองตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป เช่นเดียวกับ ประกาศ คสช. ที่ 7/2557



นับตั้งแต่หลังการรัฐประหารเป็นต้นมา มีผู้ถูกดำเนินคดีฐานฝ่าฝืนคำสั่งห้ามชุมนุมอย่างน้อย 421 คน โดยช่วงแรกบรรดาผู้ต้องหาคือผู้ที่ออกไปทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์เพื่อแสดงออกว่าต่อต้านการรัฐประหาร ต่อมาการบังคับใช้กฎหมายถูกขยายตัวขึ้น เช่น การจัดกิจกรรมในที่สาธารณะ การรวมตัวกันอ่านแถลงการณ์ของอาจารย์มหาวิทยาลัย รวมถึงการจัดแถลงข่าวเปิดตัวศูนย์ปราบโกงประชามติที่ห้างอิมพีเรียล ลาดพร้าว ของกลุ่ม นปช.



แม้ว่า วันที่ 11 ธันวาคม 2561 หัวหน้าคสช. จะออกคำสั่ง ที่ 22/2561 เรื่องการให้ประชาชนและพรรคการเมืองดำเนินกิจกรรมทางการเมือง โดยให้ยกเลิกคำสั่ง คสช. 9 ฉบับ เช่น คำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 3 /2558 ที่ห้ามชุมนุมหรือมั่วสุมทางการเมืองตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป
.
แต่ทว่า คสช. ก็ยังมีเครื่องมืออื่นๆ ในการควบคุมการแสดงออกของประชาชน เช่น พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ โดยกฎหมายฉบับนี้ กำหนดเงื่อนไขว่า ผู้จัดการชุมนุมสาธารณะต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจในท้องที่ให้ทราบล่วงหน้า 24 ชั่วโมง ก่อนการชุมนุม ทั้งยังกำหนดพื้นที่ต้องห้ามและข้อควรระวังระหว่างการชุมนุม มิเช่นนั้นจะถือว่า เป็นการชุมนุมที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และเจ้าหน้าที่สามารถเข้าสลายพร้อมทั้งจับกุมดำเนินคดีได้ทันที

ที่ผ่านมามีหลายกรณีที่ประชาชนพยายามจะใช้สิทธิตามกฎหมาย แต่ก็ถูกเจ้าหน้าที่เข้ามาแทรกแซงการชุมนุม รวมถึงถ้าไม่ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ก็มีสิทธิถูกเจ้าหน้าที่รวบรัดขั้นตอนเพื่อจับกุมและตั้งข้อหา





แม้ว่า วันที่ 11 ธันวาคม 2561 หัวหน้าคสช. จะออกคำสั่ง ที่ 22/2561 เรื่องการให้ประชาชนและพรรคการเมืองดำเนินกิจกรรมทางการเมือง โดยให้ยกเลิกคำสั่ง คสช. 9 ฉบับ เช่น คำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 3 /2558 ที่ห้ามชุมนุมหรือมั่วสุมทางการเมืองตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป
.
แต่ทว่า คสช. ก็ยังมีเครื่องมืออื่นๆ ในการควบคุมการแสดงออกของประชาชน เช่น พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ โดยกฎหมายฉบับนี้ กำหนดเงื่อนไขว่า ผู้จัดการชุมนุมสาธารณะต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจในท้องที่ให้ทราบล่วงหน้า 24 ชั่วโมง ก่อนการชุมนุม ทั้งยังกำหนดพื้นที่ต้องห้ามและข้อควรระวังระหว่างการชุมนุม มิเช่นนั้นจะถือว่า เป็นการชุมนุมที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และเจ้าหน้าที่สามารถเข้าสลายพร้อมทั้งจับกุมดำเนินคดีได้ทันที

ที่ผ่านมามีหลายกรณีที่ประชาชนพยายามจะใช้สิทธิตามกฎหมาย แต่ก็ถูกเจ้าหน้าที่เข้ามาแทรกแซงการชุมนุม รวมถึงถ้าไม่ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ก็มีสิทธิถูกเจ้าหน้าที่รวบรัดขั้นตอนเพื่อจับกุมและตั้งข้อหา



ในวันที่ 24 มีนาคม 2562 เป็นวันที่จะมีการเลือกตั้งทั่วประเทศ เป็นวันที่ประชาชนจะได้ใช้ 'หนึ่งสิทธิหนึ่งเสียง' ของตน เลือกพรรคการเมืองที่มีนโยบายตรงกับความชอบของตัวเองหรือมีอุดมการณ์สอดคล้องกับอุดมการณ์ของตัวเอง เพื่อกำหนดอนาคตของประเทศว่าจะไปไหนทิศทางไหน ท่านสามารถตัดสินใจได้ว่าอยากได้ 'ความสงบ' แบบไหน ที่คูหาเลือกตั้ง

ที่มา FB

iLaw

วันอังคารที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2562

สรรพากรส่งท้ายปีเก่าให้เจ้าสัว ยกเว้นภาษี 'ประชารัฐ'

สรรพากรส่งท้ายปีเก่าให้เจ้าสัว ยกเว้นภาษี 'ประชารัฐ'




เห็นว่าโอกาสขึ้นปีใหม่นี่รัฐบาล คสช.กำลังจะแถลงผลงานในรอบสี่ปี ที่อ้างว่าอลังการสองเรื่องด้วยกัน คือระงับยับยั้งการคอรัปชั่นและขยับขยายสวัสดิการแห่งรัฐ แถมราคาคุยว่าผลงานสุดยอดเหนือกว่ารัฐบาลใดๆ ที่ผ่านมา
เรื่องคอรัปชั่นนั้นได้ผลแค่ไหน สิ่งที่ทำเป็นการกำจัดราคินในหมู่พวกพ้องตนเองทั้งนั้น คดีนาฬิกาหรูยี่สิบกว่าเรือน ยืมเพื่อนและเอาไปคืนแล้วของ บิ๊กป้อมรองนายกฯ และ รมว.กลาโหม ก็เห็นๆ กันอยู่ว่ากระสุนไปลงที่ลิ่วล้อใน ปปช. ๕ คน เสียงข้างมากกำลังถูก ศรีสุวรรณ จรรยา ตั้งโต๊ะล่ารายชื่อ ๒ หมื่นยื่นถอดถอน
คำตัดสินให้ยกคำร้องเพราะหาไม่พบหลักฐานถูกเพจดังเจ้าเก่ายันเอาซึ่งหน้า ว่านาฬิกาที่พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ อ้างว่ายืมมาจากนายปัฐวาทซึ่งเสียชีวิตไปแล้วนั้น ซื้อมาตอนไหน ในเมื่อเป็นรุ่นที่ออกวางจำหน่ายหลังจากเพื่อนที่ให้ยืมคนนั้นตายไปแล้ว
 
ส่วนเรื่องสวัสดิการแห่งรัฐก็เช่นกัน ยิ่งกว่าตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ ในเมื่อเงินงบประมาณที่ คสช. เอามาทุ่มทั้งสิ้นกว่าสองแสนล้าน มันมลายหายไปเฉยๆ ตลอดสี่ปีไม่มีอาการกระเพื่อมในความกินอยู่ที่ดีขึ้นของประชากร แต่ความอูฟูไปอยู่ที่พวกเจ้าสัวที่สนับสนุน คสช.ทั้งนั้น
ล่าสุด รายการ คสช. (เอาเงินของประชาชนไป) อุ้มค่อมเจ้าสัวประชารัฐ มาจากลิ่วล้อฝ่ายสรรพากร เมื่ออธิบดีประกาศงดเก็บภาษีแก่ผู้ประกอบการในโครงการประชารัฐ โดย “ยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับรายจ่าย ที่ได้จ่ายเพื่อดำเนินโครงการภายใต้โครงการ สานพลังประชารัฐ
หนักเข้าไปอีกด้วยการยกเว้นภาษีย้อนหลังไปถึงวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๖๑ แม้นจะมีระเบียบการต่างๆ นานา เช่นว่าต้องมีคำรับรองจากหน่วยงานประชารัฐของ คสช. แห่งใดแห่งหนึ่งในกรรมการขับเคลื่อนประเทศ ๑๒ แห่ง หรือว่าต้องมีใบเสร็จยืนยันว่าห้างหรือธุรกิจได้ทำการอุทิศบริจาคแก่โครงการ
(https://www.posttoday.com/finance/news/575321)
สำนักข่าวอิศรารวบรวมรายการ แจกแถมของ คสช. ที่ผ่านมาเอาไว้ให้ดูกันก่อนสิ้นปี ว่าเป็นการโปรยทานด้วยเงินงบประมาณที่ควักจากคลังล้วนๆ ๒๐๓,๗๓๙ ล้านบาท (อิศราเรียก เฮลิค้อปเตอร์มันนี่ย์)
ในจำนวนนั้นเป็นการแจกสดๆ “ทันใจไปถึงมือผู้มีรายได้น้อยที่ถือบัตรสวัสดิการฯ โดยที่ผู้รับไม่ต้องทำอะไรเลย นอกจากไปยืนกดเงินหน้าตู้เอทีเอ็ม หรือนำไปใช้ซื้อสินค้าในร้านธงฟ้าประชารัฐ” จำนวน ๕๗,๖๐๒ ล้านบาท
ส่วนที่แจกชาวนาแบบองค์ลงตรงหน้าตักนั่นราว ๖๑,๘๑๐ ล้านบาท ชาวสวนยาง ๑๘,๐๗๑ ล้านบาท และชาวสวนปาล์มก็พลอยฟ้าพลอยฝนด้วย ๓,๓๗๕ ล้านบาท กับที่ให้แก่เกษตกรพืชไร่อื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นยาสูบ ข้าวโพด อ้อย ประมาณ ๑๗,๗๓๕ ล้านบาท
รวมทั้งที่แจกคนทั่วไป คนชรา คนยากจน และคนของกรู (ข้าราชการทหาร พลเรือน ตุลาการ และข้าราชการ คสช.) ไม่ต่ำกว่า ๖๐,๘๕๘ ล้านบาท แต่แล้วแทนที่ชาวบ้านจะลืมตาอ้าปาก กลับกลายเป็นว่าเจ้าสัวรวยเอาๆ
ดังที่อิศราว่า มีความเหลื่อมล้ำระหว่าง “คนรวย ๑๐% แรก และคนจน ๑๐% สุดท้าย ห่างกัน ๑๙.๒๙ เท่า” จึงถามกันตรึมว่า “เม็ดเงินที่ครม.ประยุทธ์แจกไปนั้น แท้จริงแล้วใครได้ประโยชน์
เพราะสุดท้ายแล้วเม็ดส่วนใหญ่จะไหลไปกองที่กลุ่มทุนค้าปลีกขนาดใหญ่ ธุรกิจอาหาร ธุรกิจค้าปุ๋ย และค้ายาฆ่าแมลง ซึ่งมีเจ้าของผูกขาดอยู่แค่ไม่กี่ตระกูลเท่านั้น”
(https://www.isranews.org/isranews/72416-report02_72416.html-M_Gfblhs2-QM)
เรื่องของเรื่องถ้ายังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ประชาชนส่วนใหญ่ยังเฉยแบบว่า กูจะดูใจมันละก็ ก๊วน คสช.+เจ้าสัว จะได้อูฟูกันต่อไป ท่ามกลางความแร้นแค้นของประชากร

ขอขอบคุณข้อมูล
posttoday และ isranews

วันอังคารที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2561

21 ภาพของ Lu Guang ที่รัฐบาลจีนไม่อยากให้ใครดู มีข่าวว่า Lu Guang ได้หายตัวไปอย่างไม่มีร่องรอยกว่า 1 เดือนแล้ว

วันพุธ, ธันวาคม 05, 2561

21 ภาพของ Lu Guang ที่รัฐบาลจีนไม่อยากให้ใครดู มีข่าวว่า Lu Guang ได้หายตัวไปอย่างไม่มีร่องรอยกว่า 1 เดือนแล้ว





Award-Winning Photojournalist Disappears In China, And Here Are 21 Of His Pics China Don’t Want You To See


By​Rokas L
Boredpanda.com


Lu Guang’s photos have exposed the sides of China that its government isn’t keen on talking about: drug addicts, HIV patients, environmental problems, and so on. This time, however, the award-winning photographer has himself become the center of a story. His wife Xu Xiaoli claims she hasn’t heard from her husband since the 3rd of November.





On 23rd October, Guang flew to Urumqi, the capital of Xinjiang region, where he had planned to attend some photography events. Later, he was to fly to Sichuan to meet his friend Mr Chen to participate in a charity event. But Mr Chen was unable to find or contact the photographer.




Image credits: Xiaoli11032018


When Mr Chen asked Guang’s wife about his whereabouts, she had nothing. Investigating the situation, Ms Xu contacted the wife of the person who had invited her husband to Xinjiang. She was told both Mr. Lu and the host had been taken away by national security. Local officers from Zhejiang province, Mr Lu’s hometown, later confirmed this.




(Worker in Wuhai City, Inner Mongolia. April 10, 2005. Image credits: Lu Guang)


“He has been lost for more than 20 days”, said his wife. “As his most direct family member, I have not received any notice of his arrest,” Ms Xu said on Twitter. “I have repeatedly contacted Xinjiang police but have been unable to get through. It is our 20th wedding anniversary [next week]. We should be celebrating it together. I can only hope for his safe return. ”




(A heavy truck carrying coal and lime drives away, causing dust to fly and harming the nearby residents. Image credits: Lu Guang)


According to the BBC, Xinjiang has become notorious for its tight security controls, heavy surveillance and police presence, tackling what they describe as growing radicalism among the ethnic Uighur Muslim community. The government is sensitive to criticism and has detained reporters who were investigating negative stories about China in the past.




(Eleven-year-old Xu Li of Hutsou is diagnosed with bone cancer. Image credits: Lu Guang)


“The reality in China is you never know if you’re going to get into trouble because there are no written rules,” the photographer said in an interview last year.




(Children also live in the industrial district. China is now the world’s second-largest economy. Its economic development has consumed lots of energy and generated plenty of pollution. Image credits: Lu Guang)




(On 16 July 2010, the pipeline of the Newport Oil Wharf of Dalian Bay exploded, sending lots of oil into the sea. Many fishing boats were assigned to clean up the oil contamination for 8,150 times. Image credits: Lu Guang)


The photographer won at the 2004 World Press Photo competition for his exposure of “AIDS villages”, where people 678 people got infected with HIV after selling their blood. Out of 3,000 people, 678 have contracted HIV and 200 have died.




(On 16 July 2010, the pipeline of the Newport Oil Wharf of Dalian Bay exploded, sending lots of oil into the sea. Many fishing boats were assigned to clean up the oil contamination for 8,150 times. Image credits: Lu Guang)


The photographer won at the 2004 World Press Photo competition for his exposure of “AIDS villages”, where people 678 people got infected with HIV after selling their blood. Out of 3,000 people, 678 have contracted HIV and 200 have died.

Image credits: Lu Guang




(A woman carrying her severely ill grandson implores the sky to prevent the devil of pain returning. Image credits: Lu Guang)




(Disabled orphans adopted by charitable farmers. Image credits: Lu Guang)




(Children with cerebral palsy licks milk powder off a bed to feed. Image credits: Lu Guang)




(Laseng Temple has an over 200-year-old history, which includes the study of Mongolian medicines. It was seriously polluted by the surrounding factories, so few pilgrims go there now. Image credits: Lu Guang)





(Many factories have been moved from the country’s east to its central and western parts. Employees work in the dust. Image credits: Lu Guang)




(The Baotou Steel plant dumps mineral processing sewage into the tailings dam. Image credits: Lu Guang)






(The chemical industrial park of Yanwei Port in the city of Lianyungang dumps sewage in the sea. Image credits: Lu Guang)




(In the jeans-producing village of Xintang Town, in Guangdong, workers gain the stone for grinding the denim every morning. Image credits: Lu Guang)








(Qi Guihua, held here by her husband, fell ill when she returned to the village from Beijing to celebrate the Spring Festival. She died two hours after this photograph was taken. Image credits: Lu Guang)




(Families such as this one have sold almost everything valuable in their home to help meet medical expenses. Image credits: Lu Guang)




(A young girl warms her hands in winter. Her father is infected with HIV and still cares for five children and his elderly parents. Image credits: Lu Guang)




(Two girls prepare for the funeral of their six-year-old brother, who died from AIDS. Image credits: Lu Guang)


Cédric Alviani, the director of Reporters Without Borders’ East Asia bureau, called on China to disclose where Lu is and to “guarantee journalists’ freedom of movement and security, including in Xinjiang Province.” It has not answered yet.
Credit : blogthaienews

วันอาทิตย์ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

ทำไมผู้ชุมนุมประท้วงการขึ้นราคาน้ำมันในฝรั่งเศส ต้องก่อม็อบ ทำไมสัญญลักษณ์ต้อง "เสื้อกั๊กเหลือง" - BBC Thai

ทำไมผู้ชุมนุมประท้วงการขึ้นราคาน้ำมันในฝรั่งเศส ต้องก่อม็อบ ทำไมสัญญลักษณ์ต้อง "เสื้อกั๊กเหลือง" - BBC Thai



ANADOLU AGENCY/GETTY IMAGES


มาครงอัดม็อบ “เสื้อกั๊กเหลือง” น่าละอาย


25 พฤศจิกายน 2018
บีบีซีไทย


ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง แห่งฝรั่งเศส ออกมาสวนกลับกลุ่มผู้ชุมนุมประท้วงการขึ้นราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ที่ปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจกลางกรุงปารีส

"น่าละอายจริง ๆ สำหรับพวกที่โจมตีตำรวจ" และ "ไม่มีพื้นที่สำหรับความรุนแรงในสาธารณรัฐฝรั่งเศส" นายมาครงทวีตข้อความ หลังเกิดเหตุวุ่นวายขึ้นบนถนนช็องเอลีเซ่ เมื่อวันเสาร์ (24 พ.ย.) จนตำรวจต้องใช้แก๊สน้ำตาและปืนฉีดน้ำแรงดันสูงเพื่อสลายการชุมนุม

กลุ่มผู้ชุมนุมที่ถูกเรียกว่า "'เสื้อกั๊กเหลือง" ตามสีเสื้อที่พวกเขาสวมใส่ ระบุว่า การชุมนุมในวันเสาร์เป็น "ภาคที่ 2" ในการรณรงค์ที่เริ่มต้นขึ้นเมื่อสัปดาห์ก่อนเพื่อต่อต้านการขึ้นภาษีน้ำมันดีเซล และก็ขยายความโกรธแค้นไปยังปัญหาค่าครองชีพโดยเฉพาะในพื้นที่ชนบท และความคับแค้นใจต่อนโยบายของนายมาครง



กระทรวงมหาดไทยของฝรั่งเศสประเมินว่า มีประชาชนมากกว่า 1 แสนคนเข้าร่วมการประท้วงที่เกิดขึ้นราว 1,600 จุดทั่วประเทศ ส่วนใหญ่เป็นการชุมนุมอย่างสงบ ยกเว้นในกรุงปารีสซึ่งมีผู้ชุมนุมราว 8,000 คน ปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

เกิดอะไรในช็องเอลีเซ่

ตำรวจราว 5,000 นายถูกส่งมารักษาความสงบในกรุงปารีส และได้วางแนวกั้นรอบ ๆ อาคารสำคัญ อาทิ ทำเนียบประธานาธิบดี และรัฐสภา


REUTERS


โฆษกกลุ่มผู้ชุมนุมบอกเอเอฟพีว่า พวกเขาจะชุมนุมอย่างสันติ เพื่อบอกให้รัฐบาลรับฟัง

ทว่าในช่วงเช้า กลุ่มผู้ชุมนุมได้พยายามฝ่าแนวกั้นของตำรวจ จุดไฟเผา รื้อป้ายบอกสัญญาณจราจรบนถนน ดึงก้อนอิฐปูทางเท้าขว้างปาใส่เจ้าหน้าที่ ขณะที่บางส่วนก็ตะโกนต่อต้านนายมาครง สถานการณ์วุ่นวายเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องไปถึงช่วงเย็น ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะเข้าควบคุมสถานการณ์ได้

เจ้าหน้าที่เปิดเผยว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุปะทะ 19 คน ในจำนวนนี้เป็นตำรวจ 4 นาย และมีผู้ถูกจับกุม 40 คน

ความวุ่นวายในจุดอื่น ๆ ในฝรั่งเศส

กลุ่มผู้ประท้วงได้นัดชุมนุมพร้อมกันทั้งประเทศ ปิดกั้นถนน ทำให้สภาพการจราจรชะลอตัวลง บางคนเข้ายึดด่านผ่านทางยกระดับ (มอเตอร์เวย์) แล้วปล่อยให้รถผ่านเข้าไปแบบดื้อ ๆ

นอกจากนี้ยังมีเหตุปะทะกันเล็กน้อย ทำให้มีผู้ถูกจับกุมไป 130 คน

การชุมนุมและการใช้ความรุนแรงอยู่ในระดับที่เล็กกว่า หากเทียบกับการชุมนุมเมื่อสัปดาห์ก่อน (17 พ.ย.) ซึ่งมีผู้เข้าร่วมกว่า 2.8 แสนคน โดยมีประชาชน 2 คนเสียชีวิต ขณะที่อีก 600 คนได้รับบาดเจ็บ


ANADOLU AGENCY/GETTY IMAGES


ชนวนก่อเหตุประท้วงเกิดจากอะไร

ราคาน้ำมันดีเซลซึ่งใช้กับรถยนต์ส่วนใหญ่ในฝรั่งเศสได้ปรับเพิ่มขึ้นร้อยละ 23 ตลอด 12 เดือนที่ผ่านมา จนมีราคาเฉลี่ย 1.51 ยูโรต่อลิตร (ประมาณ 56.65 บาท) ซึ่งเป็นอัตราที่สูงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2000

ในขณะที่ราคาน้ำมันในตลาดโลกพุ่งสูงขึ้น ก่อนร่วงลงมา แต่รัฐบาลนายมาครงได้ปรับขึ้นภาษีไฮโดรคาร์บอนในปีนี้ที่อัตรา 7.6 เซนต์ต่อลิตรสำหรับดีเซล และ 3.9 เซนต์ต่อลิตรสำหรับเบนซิน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการรณรงค์ให้ใช้เชื้อเพลิงสะอาด

การตัดสินใจขึ้นภาษีดีเซลอีก 6.5 เซนต์ต่อลิตร และเบนซิน 2.9 เซนต์ต่อลิตร ที่จะมีผลในวันที่ 1 ม.ค. 2019 กลายเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้เกิดการลุกฮือขึ้นประท้วง ทว่าประธานาธิบดีมาครงกล่าวอ้างว่าเป็นเพราะราคาน้ำมันโลกเพิ่มสูงขึ้นในไตรมาส 3


CHINA NEWS SERVICE/VCG VIA GETTY IMAGES


การประท้วง 2 ครั้งนี้เป็นสัญญาณร้ายต่อรัฐบาลของนายมาครง เพราะเป็นการรวมกลุ่มของประชาชนหลากหลายกลุ่ม แม้แต่กลุ่มที่เคยสนับสนุนนายมาครงเองก็ตาม ฝรั่งเศสมักคุ้นชินกับการประท้วงในเรื่องต่าง ๆ แต่ก็มักนำโดยกลุ่มผลประโยชน์ทางการเมือง หากแต่กลุ่มเสื้อกั๊กเหลืองไม่มีผู้นำเช่นนั้น และทำให้ยากที่จะควบคุมพฤติกรรมฝูงชน

ทำไมต้อง "เสื้อกั๊กเหลือง"

ผู้ขับขี่รถทุกคนในฝรั่งเศสต้องพกเสื้อกั๊กสีเหลืองไว้ในรถของตน เพราะเป็นหนึ่งในอุปกรณ์รักษาความปลอดภัยในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน นอกจากนี้ยังมีกรวยสามเหลี่ยมสีแดงที่ต้องวางไว้ด้านหลังรถที่เกิดเสียขึ้นมากลางทาง และถ้าพลขับจะลงจากตัวรถก็ต้องสวมเสื้อกั๊กสีเหลืองสะท้อนแสงที่มองเห็นได้ชัดเจนด้วย

การไม่สวมใส่เสื้อกั๊กหลังรถเสียหรือเกิดอุบัติเหตุ อาจทำให้ต้องเสียค่าปรับเป็นเงิน 135 ยูโร (ประมาณ 5,064 บาท) ตามกฎหมายที่นำมาบังคับใช้ในปี 2008

ooo



https://www.facebook.com/AntiCorruption001/videos/727335277637161/

...